เจาะประเด็นข่าว 7HD - ไปติดตามความคืบหน้าเหตุโกดังพลุ-ดอกไม้ไฟระเบิด ที่จัหวัดนราธิวาส ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังกั้นพื้นที่เป็นเหตุอันตราย เพราะยังมีพลุกระจัดกหระจายไปทั่ว ซึ่งทั้งชุด EOD และพิสูจน์หลักฐานเร่งตรวจสอบเพิ่มเติม เพราะอาจจะมีคนติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง คุณอรรถพล ดวงจินดา รายงานสดมาจากพื้นที่จุดเกิดเหตุ
ล่าสุด ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้ประกาศให้จุดเกิดเหตุเป็นเขตพื้นที่ประสบภัย และเขตให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งสำรวจ และช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งมีมากถึง 292 ครัวเรือน
โดยเจ้าหน้าที่ชุด EOD ชุดพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่กู้ภัย ต่างเร่งเข้าตรวจสอบพื้นที่ซากปรักหักพัง บ้านเรือนชาวบ้าน จากแรงระเบิดจากโกดังเก็บพลุ และดอกไม้ไฟ บริเวณตลาดมูโนะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เพื่อค้นหาร่างผู้เสียชีวิตที่อาจจะติดค้างภายในซากอาคาร พร้อมทั้งให้เจ้าของบ้าน เข้าเก็บตรวจสอบทรัพย์สินที่ตกค้างในบ้าน และเร่งเก็บหลักฐานในที่เกิดไว้ตรวจสอบ หลังจากที่มีการประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบภัยและเขตให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว
ล่าสุด ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บซึ่งรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 คน ทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตยืนยันเป็น 10 คนแล้ว และยังมีร่างที่ยังไม่ครบชิ้นส่วนอีก 2 ร่าง นำร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว 7 ราย ฝากศพ 2 ราย ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสูงถึง 121 คน กลับบ้านแล้ว 111 คน และยังพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ที่มีอาการสาหัส 10 คน ส่วนบ้านเรือนชาวบ้านได้รับความเสียหาย 292 หลังคาเรือน ซึ่งพื้นที่เกิดเหตุอยู่ในหมู่ 1 และหมู่ที่ 5 ซึ่งมีจำนวนครัวเรือนราว 1,060 ครัวเรือน ซึ่งพบว่าบ้านเรือนที่ถูกไฟไหม้และแรงระเบิดจนเสียหายทั้งหลังในพื้นที่ไข่แดงถึง 50 หลังคาเรือน และพื้นที่ไข่ขาวไม่ต่ำกว่า 100 หลังคาเรือน ซึ่งหลังจากนี้ จะดูในส่วนความเสียหายโครงสร้าง ตัวอาคาร เพื่อเร่งเก็บกู้และเยียวยาอีกครั้ง โดยอยู่ระหว่างรวบรวมและประเมินมูลค่าความเสียหาย
ด้านพลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ลงพื้นที่มาตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมได้กำชับให้ทุกส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เร่งช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้เร่งให้ทุกพื้นที่ตรวจสอบโกดัง โรงงานผลิต จำหน่าย วัตถุ พลุดอกไม้ไฟ ทั้งการครอบครอง เคลื่อนย้าย และจำหน่าย จะต้องขออนุญาตอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก
ขณะที่ข้อมูลจากฝ่ายมั่นคงยัง พบว่า ผู้ประกอบการรายนี้ไม่ได้มีการขออนุญาตมีวัตถุพลุ ดอกไม้ไฟไว้ในโกดัง ซึ่งเป็นลักษณะลักลอบเก็บซ่อนโดยผิดกฎหมาย โดยข้อมูลยังพบว่า เจ้าของโกดังมีอาชีพ จำหน่ายพลุ ดอกไม้ไฟส่งขายทั้งไทยและมาเลเซียมาไม่ต่ำกว่า 10 ปี และเคยถูกจับกุมมาแล้วหลายครั้ง ส่วนพลุดอกไม้ไฟล็อตนี้ มีมากถึง 3 คันรถสิบล้อ และเพิ่งขนย้ายเข้ามาเก็บได้เพียง 3 วัน
เบื่องต้นเจ้าหน้าที่แจ้ง 3 ข้อหาหนักกับเจ้าของโกดัง ทั้งการกระทำก่อให้เกิดความประมาทให้มีประชาชนผู้เสียชีวิต, เกี่ยวกับ พรบ.อาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด และการฝ่าฝืนคำสั่ง ผอ.กอรมน.ภาค4 การครอบครอง ขนย้าย นำพากับเจ้าของโกดังด้วย
จะเห็นได้ว่าเจ้าหน้าที่ยังคงเร่งช่วยเหลือชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย จะอยู่ในหมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 5 โดยเจ้าหน้าที่จะเร่งสำรวจให้แล้วเสร็จ ให้ความช่วยเหลือให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้ข้อมูลความเสียหายในภาพรวมภายในวันนี้