อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ จับตา พรรคเพื่อไทยจะกล้าหัก พรรคก้าวไกล? พร้อมเชื่อ พรรคภูมิใจไทย คือ ตัวแปรสำคัญ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย จะได้เป็นนายกฯหรือไม่
วันนี้ ( 2 ส.ค.66 ) นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก “Nantiwat Samart “ วิเคราะห์พรรคภูมิใจไทย คือ ตัวแปรสำคัญ ในการจัดตั้งรัฐบาล อยู่ฝ่ายไหน ฝ่ายนั้นชนะ
โดยระบุ
“ใครจะเป็นนายก ?
สัปดาห์นี้จะมีการประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกใหม่ได้มั้ย
เพราะคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การใช้ข้อบังคับการประชุมสภาขัดขวางไม่ให้มีการเสนอชื่อพิธาเป็นรอบที่สอง เป็นการขัดรัฐธรรมนูญ ศาลคงจะวินิจฉัยในสัปดาห์นี้ ว่าจะรับพิจารณาคดีนี้หรือไม่ หรือจะตีตก ไม่รับพิจารณาคดีนี้ หากศาลตีตก เท่ากับว่า ปิดโอกาสเสนอชื่อพิธาใหม่ซ้ำสองแน่นอน นั่นคือ ต้องหานายกฯคนใหม่ในรัฐสภา แต่ถ้าศาลรับไว้พิจารณา พิธาก็มีลุ้น ว่าอาจได้รับการเสนอชื่อใหม่ได้ แต่ก็ส่งสัญญาณว่า ต่อไปนี้ มติของสภา ฝ่ายที่แพ้มติด้วยข้อบังคับการประชุมสภา อาจนำคดีขึ้นสู่ศาล ให้ตุลาการวินิจฉัย งานสภาก็จะสะดุดไปเรื่อยๆ
ปัญหาการเสนอชื่อนายกฯ ติดขัดที่อีกฝ่ายยอมรับไม่ได้ที่ก้าวไกลไม่ยอมถอยเรื่อง ม.112 วาทกรรมของก้าวไกลไม่ใช่หรือ ที่พูดมาเสมอๆ มีลุงไม่มีเรา หรือมีก้าวไกลไม่มีลุง
เอ็มโอยู 8 พรรคพันธนาการ ทำให้เพื่อไทยไปไม่เป็น หากไม่กลับตัวฉีกเอ็มโอยู ใครจะร่วมเป็นพรรคที่ 9 เพราะทุกพรรคที่เหลือไม่ให้แตะต้อง ม.112
ใครจะปัญญาอ่อนไปยกมือให้เพื่อไทยเป็นนายกฯ โดยไม่มีความชัดเจนว่า เลิกเกี่ยวข้องกับก้าวไกล ถูกหักหลัง ย้อนกลับไปดึงก้าวไกลมาร่วมรัฐบาล ก้าวไกลก็คงไม่โง่ที่จะโหวตให้เพื่อไทย แล้วยอมเป็นฝ่ายค้าน
ทุกฝ่ายชัดเจนในมุมของตัวเอง เหลือแต่การตัดสินใจของเพื่อไทย เท่านั้น หรือจะลองเสนอชื่อเศรษฐา ที่ยังยึดกุมเอ็มโอยู เศรษฐาจะสอบตกเป็นคนที่สองมั้ย รายชื่อนายกจากเพื่อไทยจะหายไปอีกหนึ่ง
เวลานี้ ภูมิใจไทยมีราคา อยู่ฝ่ายไหน ฝ่ายนั้นชนะ