มาริโอ้ แอบพบตำรวจ แจงรถสวมทะเบียน

View icon 464
วันที่ 9 ส.ค. 2566 | 11.32 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - "มาริโอ้" มาตามนัดตำรวจ เพื่อชี้แจงกรณีที่มีชื่อเป็นผู้ครอบครองรถโบราณที่มีการสวมทะเบียน โดย "มาริโอ้" ได้แอบนักข่าวขึ้นอาคารทางชั้นใต้ดิน

เรื่องนี้ต้องย้อนไปเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่ผ่านมา หลังจากที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บช.สอท. หรือ ตำรวจไซเบอร์ และกรมการขนส่งทางบก ร่วมกันจับกุม 2 ตัวการใหญ่แก๊งสวมทะเบียนรถยนต์ โดยอาศัยความสนิทสนม จำรหัส ยูสเซอร์เนม พาสเวิร์ด ของเจ้าหน้าที่ขนส่ง เจาะข้อมูลระบบขนส่งเข้าไปแก้ไขข้อมูลรถยนต์ ก่อนนำไปขายต่อ โดยในรอบ 1 ปี ทำมากว่า 65 คัน ยึดของกลาง รถสะสม, ซากรถ และแท่นปั๊มแผ่นเพลต รวมมูลค่า 77 ล้านบาท 

ซึ่งต่อมาพบว่ารถที่ยึดมาได้นั้น มีชื่อ มาริโอ้ เมาเร่อ นักแสดงหนุ่ม และกลุ่มคนมีชื่อเสียง ที่นิยมสะสมรถโบราณอยู่ด้วย จึงนัดหมาย มาริโอ้ ให้มาพบในวันนี้ เพื่อชี้แจงถึงการมีชื่อเป็นผู้ครองครองรถ ตามที่นัดหมายคือเวลา 10.00 น. แต่ผู้สื่อข่าวของเราที่ดักรออยู่ด้านหน้าและด้านหลัง แจ้งว่ายังไม่เห็นตัวมาริโอ้ เดินทางมา จึงสอบถามไปยังตำรวจที่รับผิดชอบคดีทราบว่า มาริโอ้ ได้เดินทางมาถึงแล้ว โดยเข้าทางชั้นใต้ดินของอาคาร และอยู่ระหว่างให้ปากคำกับตำรวจ

ก่อนหน้านี้พลตำรวจตรี อำนาจ ไตรพจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ บอกว่า ที่ต้องเรียก มาริโอ้ มาพบ เพราะมีชื่อเป็นผู้ครอบครองรถมินิ 2 คัน ที่ตำรวจยึดมาได้จากขบวนการสวมทะเบียนรถ จึงต้องเรียกมาสอบปากคำในฐานะพยาน ซึ่งจากการสอบถามเบื้องต้น มาริโอ้ ให้การว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 2 เดือนก่อน ซื้อรถราคาล้านกว่าบาทจากรุ่นพี่ เห็นว่ามีเอกสารถูกต้องก็ไม่คิดว่ารถจะมีปัญหาอะไร แต่พอไม่ได้รถ เขาก็คืนเงินมา แต่ทะเบียนรถเป็นชื่อของมาริโอ้แล้ว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตำรวจตรวจสอบพบแล้วว่า มีรถโบราณ จำนวน 65 คัน ที่น่าจะเข้าข่ายเป็นรถเถื่อนแล้วนำมาสวนทะเบียน โดยในจำนวนดังกล่าวจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ รถที่มีตัวตนจริงและทะเบียนพร้อม และอีกกลุ่มคือ มีแต่ทะเบียนรถ แต่ไม่มีตัวรถ ซึ่งขณะนี้ตำรวจยึดรถมาได้แล้ว 16 คัน