จับคีตามีน 850 กก. ซุกกระสอบถ่าน ลอบขนลงใต้ส่งประเทศที่ 3

View icon 212
วันที่ 10 ส.ค. 2566 | 07.02 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - เดี๋ยวนี้แก๊งค้ายาเสพติดทำทุกวิถีทางเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ให้สามารถขนยาเสพติดไปจำหน่ายได้ อย่างล่าสุดนำคีตามีน หนัก 850 กิโลกรัม ยัดใส่กระสอบถ่าน แต่สุดท้ายหนีไม่รอด ถูกตำรวจ ปส.จับได้ แต่ที่น่าเห็นใจงานนี้ดูท่าว่าน่าจะเป็นชุดจับกุม เพราะนอกจากจะต้องวางแผนนานกว่า 5 เดือนในการจับกุมแล้ว ล่าสุดกลายเป็นพ่อบ้านด้วย

คีตามีนซุกกระสอบถ่าน ลอบขนลงใต้ส่งประเทศที่ 3
นอกจากแกะรอยผู้ต้องหาแล้ว ยังต้องมานั่งเป็นพ่อบ้าน ทำความสะอาดยาเสพติดอีก ตำรวจ 2 นาย นั่งล้างทำความสะอาด อีก 3 นาย อยู่ท้ายกระบะ ช่วยกันเทกระสอบถ่าน แล้วในกระสอบถ่านที่เทข้างในซุกซ่อนคีตามีน หรือยาเคไว้ ทั้งหมด 850 กระสอบ น้ำหนักรวม 850 กิโลกรัม

การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากตำรวจปราบปรามยาเสพติด 4 มีการข่าวว่า ผู้สั่งการยาเสพติดรายใหญ่ของภาคใต้ ที่แอบไปอยู่ที่ภาคเหนือ เตรียมจะส่งยาเสพติดล็อตใหญ่ หลังก่อนหน้าเคยส่งคีตามีน 900 กิโลกรัม แต่ถูกจับกุมได้ จึงวางแผนจะส่งใหม่ จากการข่าวตำรวจ ปส.4 ใช้เวลาหาเบาะแสแกะรอยกว่า 5 เดือน จนสามารถล็อกเป้าหมายได้

โดยพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาเตรียมจะขนยาเสพติดจากภาคเหนือมาขึ้นฝั่งที่จังหวัดระนอง และส่งต่อไปยังจังหวัดนครศรีธรรมราช จึงบุกเข้าจับกุม แต่ระหว่างที่เข้าจับกุมรถที่ขับนำไหวตัวทันสามารถหลบหนีไปได้ ส่วนรถกระบะที่บรรทุกยาเสพติดหนีไม่รอด เพราะว่ารถบรรทุกหนัก ซิ่งหนีไม่ได้ เพราะนอกจากยาเสพติด 850 กิโลกรัมแล้ว ยังมีถ่านด้วย จากการสอบสวนนายมูสเล็ม คนขับ ให้การว่า ตนเองเป็นแค่คนรับจ้างขนยาเสพติด ได้ค่าจ้างครั้งละ 300,000 บาท ได้ค่ามัดจำ 20,000 บาท ที่เหลือจะได้เมื่อจบงาน ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายมูสเล็ม เคยมีประวัติถูกจับเกี่ยวกับยาเสพติดเข้าออกมาเรือนจำมาแล้ว 4 ครั้ง

ด้าน พลตำรวจเอก ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร. ให้ข้อมูลว่า ตำรวจรู้ตัวผู้สั่งการแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างแกะรอย และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อจับกุม คาดว่าจะได้ตัวเร็ว ๆ นี้ รวมถึงผู้ต้องหาที่ขับรถนำด้วย

วิสามัญฯ พ่อค้ายาเสพติด หลังยิงต่อสู้ตำรวจ จ.อำนาจเจริญ
ที่จังหวัดอำนาจเจริญ ตำรวจได้นำกำลังเข้าจับกุมนายไพโรจน์ อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาจำหน่ายยาเสพติด หนึ่งในเป้าหมายของตำรวจ ก่อนหน้านายไพโรจน์เคยถูกจับกุมมาแล้วในคดีจำหน่ายยาเสพติด แต่ได้รับการปล่อยตัวในชั้นศาล ก่อนจะกลับมาค้ายาเสพติดเหมือนเดิม โดยระหว่างที่ตำรวจกำลังเข้าจับกุมได้พยายามกล่อมนายไพโรจน์ ให้มอบตัวแต่โดยดี แต่นายไพโรจน์ไม่ยอม ตะโกนบอกตำรวจว่า "จะไม่ยอมมอบตัวและพร้อมจะสู้ตาย เพราะตัวเองมีทั้งปืนและระเบิด" จากนั้นได้เปิดฉากยิงใส่ตำรวจจำนวนหลายนัด ก่อนจะถูกวิสามัญในที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง