ดีเจเพชรจ้าให้ปากคำ DSI คดี Forex-3D ยืนยันไม่รู้จักนายอภิรักษ์เป็นการส่วนตัว ยอมรับช่วงแรกที่มีข่าวจำไม่ได้ว่าเคยรับงาน เพราะผ่านมา 5 ปี แต่ละวันโพสต์งานไม่ต่ำกว่า 10 ภาพ
หลังจากที่ "ฟิล์ม รัฐภูมิ" ถูกเรียกเข้าให้ปากคำในฐานะพยานคดีฟอกเงินแชร์ Forex-3D ไปแล้ว วันนี้ก็เป็นคิวของ "DJ เพชรจ้า" ที่พบมีการรับเงิน 5 หมื่นบาท จากอดีต CEO บริษัท Forex-3D ซึ่งก่อนหน้านี้ "DJ เพชรจ้า" ก็ได้อัดคลิปชี้แจงทางโซเชียลไปรอบหนึ่งแล้วว่าได้เงินนี้มาอย่างไร
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม นาย วิเชียร กุศลมโนมัย หรือ "ดีเจเพชรจ้า" บันทึกคลิปวีดีโอ โพสต์ลงอินสตาแกรมส่วนตัว ยอมรับว่า เมื่อปี 2561 นาย อภิรักษ์ โกฎธิ อดีต CEO บริษัท Forex-3D ได้โอนเงินเข้าบัญชีตนเอง 5 หมื่นบาทจริง แต่เพราะตอนนั้นตนเองรับจ้างโพรโมตโชว์รูมรถอยู่แล้ว จึงรับงานโพรโมตโชว์รูมรถยนต์ที่ชื่อว่า "RKK" เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พร้อมกับยืนยันว่าส่วนตัวไม่ได้รู้จักกับ นาย อภิรักษ์ หรือชักชวนคนเล่นแชร์ลูกโซ่แต่อย่างใด
ซึ่งตามกำหนดการ "ดีเจเพชรจ้า" ต้องเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เมื่อวาน แต่เพราะติดธุระ ถึงเลื่อนมาเป็นวันนี้แทน ดีเจเพชรจ้า วันนี้เดินทางมาพร้อมที่ปรึกษาทางกฎหมาย เข้าพบพนักงานสอบสวน กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ตามนัด โดยได้ให้สัมภาษณ์สั้น ๆ ก่อนไปเข้าพบพนักงานสอบสวน ว่า ได้เตรียมเอกสารที่เกี่ยวกับยอดเงิน 50,000 บาท มาชี้แจง ยืนยันคนที่ติดต่อหาตนเองให้โพรโมตวันนั้น ไม่ใช่ นายอภิรักษ์ แต่เป็นคนอื่น และยอมรับว่าช่วงแรกที่มีข่าว จำไม่ได้ว่าเคยรับงานนี้ เพราะในแต่วันมีงานโพรโมตที่ต้องโพสต์ลงโซเชียลวันละไม่ต่ำกว่า 10 ภาพ อีกทั้งเป็นเหตุการณ์เมื่อ 5 ปีที่แล้ว จึงต้องกลับไปหารายละเอียดมายืนยัน หนึ่งในนั้นเป็นหลักฐานที่เคยได้แจ้งกับกรมสรรพากร พร้อมกับยืนยันอีกครั้ง ว่าไม่รู้จักกับ นายอภิรักษ์ มาก่อน
พันตำรวจตรี วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ DSI บอกว่า นอกจาก "ฟิล์ม รัฐภูมิ" และ "ดีเจเพชรจ้า" ยังมีพยานอื่นที่เกี่ยวข้องอีก 6 คน เช่น ญาติและแฟนเก่าของ "เมฆ รามา" สามีนักแสดงสาวชื่อดัง "หยาดทิพย์ ราชปาล" ที่ได้ออกหมายเรียกมาให้ปากคำ ทั้งนี้ยังบอกว่า การเชื่อมโยงเส้นทางการเงินกับผู้ต้องหา ไม่ได้หมายความจะทำผิดเสมอไป จึงได้ให้พยานแต่ละคนมาชี้แจง ว่าเพราะเหตุใดถึงมีเงินจากผู้ต้องหาเข้าไปในบัญชีธนาคารส่วนตัวได้ ซึ่งผู้ที่ถูกเรียกก็สามารถนำพยานหลักฐาน มายืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองได้เช่นกัน