สนามข่าว 7 สี - นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาขอโทษทันทีหลังถูกวิจารณ์ว่าพฤติกรรมการโยนปากกาไม่เหมาะสม ยอมรับว่า ยังไม่ชินกับการเป็นบุคคลสาธารณะ ต่อไปจะระวังให้มากขึ้น ขณะที่กระแสข่าวที่บอกว่าจะมีการรื้อถอนรังนกกระจอก 1 หรือ ห้องทำงานของสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาล ก็ปฏิเสธว่าไม่ได้จะรื้อ แค่จะปรับปรุง
ดรามาที่กำลังวิจารณ์กันอยู่มี 2 เรื่อง เรื่องแรก คือ กรณีที่ท่านนายกฯ โยนปากกาลงบนโต๊ะด้วยท่าทีที่ไม่พอใจ เพราะปากกาเขียนไม่ติด แล้วจังหวะนั้นเป็นตอนที่ต้องรีบจดปัญหาที่พี่น้องคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างนำมาบอกเล่า ภาพที่เห็นก็เลยออกมาเป็นแบบนั้น แต่ยืนยันว่า ไม่ได้ไม่พอใจใคร แค่ไม่สบอารมณ์ในตอนที่จะใช้งานเท่านั้น หลังจากนี้ก็จะปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้เป็นแบบอย่างที่ดีในการเป็นผู้นำประเทศ
ส่วนอีกเรื่องดรามาไม่แพ้กัน เมื่อมีกระแสข่าวว่า นายกฯ เศรษฐา จะสั่งรื้อห้องทำงานของสื่อมวลชน ที่นักข่าวเรียกกันว่า รังนกกระจอก ที่ 1 เป็นห้องทำงานเก่าแก่ที่มีอายุมากถึง 44 ปี ซึ่งปัจจุบันมีรังนกกระจอกอยู่ทั้งหมด 3 รัง โดยจะให้ทุบรังที่ 1 ทิ้ง เปลี่ยนเป็นห้องทำงานและห้องประชุมของนักการเมือง แล้วให้นักข่าวไปรวมกันอยู่ที่รังที่ 2 และ 3 แทน แต่เนื่องจากรังที่ 1 เป็นรังที่มีทำเลดีที่สุด ในการสอดส่องนักการเมืองของนักข่าวเมื่อเกิดความเคลื่อนไหวในทำเนียบรัฐบาล แต่ นายกฯ เศรษฐา บอกว่า ไม่อยากให้ใช้คำว่ารื้อ แต่ให้มองว่าเป็นการปรับปรุงให้ดีขึ้นจะดีกว่า
แต่จริง ๆ แล้วความคิดที่จะรื้อรังนกกระจอกแห่งนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น ในยุคของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็มีความคิดจะทุบทิ้งเหมือนกัน แต่เมื่อถามความเห็นของสื่อมวลชนแล้ว ส่วนใหญ่อยากให้เก็บไว้มากกว่า เพราะห้องที่เรียกว่ารังนกกระจอกนั้น เป็นส่วนประกอบอาคารของตึกไทยคู่ฟ้า ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมศิลปากร จะรื้อถอนต้องได้รับอนุญาตก่อน แต่เพราะเห็นใจสื่อมวลชน พลเอก ประยุทธ์ ก็เลยไม่ได้สั่งให้ทุบทำลาย สั่งให้ปรับปรุงให้มีความสะดวกมากขึ้น และคงอยู่มาถึงปัจจุบัน