คดีอาญานับอายุความย้อนหลังได้หรือไม่ นิพิฏฐ์ เชื่อหมายจับใหม่ สู้กันจนถึงศาลฎีกา

คดีอาญานับอายุความย้อนหลังได้หรือไม่ นิพิฏฐ์ เชื่อหมายจับใหม่ สู้กันจนถึงศาลฎีกา

View icon 496
วันที่ 8 ก.ย. 2566 | 08.24 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
คดีอาญานับอายุความย้อนหลังได้หรือไม่ "นิพิฏฐ์" เชื่อหมายจับใหม่ สู้กันจนถึงศาลฎีกา หนีเพียง 3 วัน ให้ขาดอายุความ ง่ายกว่าหนี 17 ปี แล้วกลับมานอนโรงพยาบาล เรื่องนี้มีอะไรแปลกๆ ตั้งแต่ต้นแล้ว

หลังการหลบหนีหมายจับของนายอิทธิพล คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พฤติการณ์เข้าข่าย ตามมาตรา 7 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ที่บัญญัติไว้ว่า ถ้าผู้ถูกกล่าวหา หรือจำเลย หลบหนีไปในระหว่างถูกดำเนินคดี หรือระหว่างการพิจารณาของศาล มิให้นับระยะเวลาที่ผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยรวมเป็นส่วนหนึ่งของอายุความ

วันนี้ (8 ก.ย.66) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ให้ความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับคดีอาญานับอายุความย้อนหลังได้หรือไม่ พร้อมระบุถึงพนักงานอัยการยื่นคำร้องขอออกหมายจับอดีตรัฐมนตรีคนหนึ่ง ซึ่งคดีจะขาดอายุความในวันที่ 10 ก.ย.66 

ข้อความตอนหนึ่ง นายนิพิฏฐ์ ระบุว่า คดีนี้เหตุเกิดวันที่ 10 ก.ย.51 และคดีนี้มีอายุความ 15 ปี ซึ่งจะขาดอายุความในวันที่ 10 ก.ย.66 ต่อมาสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้ศาลออกหมายจับใหม่ อ้างว่า ผู้ต้องหาหลบหนี เพราะตามกฎหมาย ป.ป.ช. ฉบับใหม่ ปี 2561 มาตรา 7 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตฯ 2559 มาตรา 13 หากหลบหนีระหว่างคดีจะไม่นับอายุความ (ไม่ขาดอายุความ)

ส่วนคดีนี้จะนับอายุความอย่างไร นายนิพิฏฐ์มีความเห็น ดังนี้
1.คดีนี้ เหตุเกิด 10 ก.ย.51  ขณะนั้นยังไม่มีเรื่องการไม่นับอายุความเพราะหลบหนี  จึงต้องนับอายุความทั่วไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 เมื่อไม่ได้ตัวมาฟ้องภายในอายุความ(คือ 15 ปี) จึงขาดอายุความ
2. แม้อายุความไม่ใช่โทษทางอาญา แต่การนำอายุความย้อนหลังมาใช้กับคดีที่เกิดก่อนกฎหมายบังคับใช้ ศาลไทยก็เคยวินิจฉัยไว้ว่า จะนำอายุความมาใช้ย้อนหลังไม่ได้
3. ศาลฎีกา เคยวินิจฉัยไว้ ไม่ให้นำอายุความมาใช้ย้อนหลัง และยืนแนวนี้มาตลอด คือ ฎีกาที่ 17905/2557,ฎีกาที่ 9955/2558,ฎีกาที่ 10166/2558,ฎีกาที่ 10616/2558, ฎีกา(ประชุมใหญ่ ที่ 14/2560 , คดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อม.ที่1/2551 และ อม.4/2551                                                            

นายนิพิฏฐ์ เห็นว่า ถ้าผู้ต้องหาหลบหนีจนเลยวันที่ 10 ก.ย.66 แม้ศาลอาญาทุจริต (ศาลชั้นต้น) จะออกหมายจับใหม่ การจับตามหมายจะชอบหรือไม่ชอบ ก็คงต้องสู้เรื่องนี้กันก่อนจนถึงศาลฎีกา และหากศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจับได้ เนื่องจากอายุความยังไม่ขาด ก็ต้องกลับคำวินิจฉัยเดิมที่ศาลเคยวินิจฉัยไว้ทั้งหมด ขอยกคำวินิจฉัยเดิมที่เคยวินิจฉัยไว้ซึ่งเป็นคำวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เช่น คำพิพากษาฎีกา(ประชุมใหญ่) ที่ 14/2560 ความว่า " บทบัญญัติเรื่องอายุความสะดุดหยุดลงนับแต่วันยื่นฟ้อง ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญา ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 25 ไม่นำมาใช้บังคับแก่คดีที่ยื่นคำร้องไว้ แต่ยังไม่ได้ตัวผู้ถูกกล่าวหามายังศาลจนครบอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95"   
                    
“การสู้กันตามหลักกฎหมาย สู้ไปเถอะ ไม่ผิดอะไร  หนีเพียง 3 วัน ให้ขาดอายุความ ง่ายกว่าหนี 17 ปี แล้วกลับมานอนโรงพยาบาล ผมเขียนเรื่องนี้ มิใช่เพราะผู้หลบหนีเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมรุ่นหลังผม แต่เห็นว่า เรื่องนี้มีอะไรแปลกๆ ตั้งแต่ต้นแล้ว แต่แปลกอย่างไร อย่าเขียนดีกว่า อย่าลืมนะครับ เราอยู่ในประเทศไทย ที่ไม่มีอะไรแน่นอน กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม แต่มีความแน่นอน ดีกว่ากฎหมายที่เป็นธรรม แต่มีความไม่แน่นอน” นายนิพิฏฐ์ ระบุ