เศรษฐา สวมเสื้อผ้าไทย ประชุม ครม.นัดแรก

View icon 125
วันที่ 14 ก.ย. 2566 | 07.11 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - มติ ครม. เมื่อวาน ต้องบอกว่าหลายคนเฮ บางคน งง ส่วนนักวิชาการออกแนวกังวล มาไล่เรียง รัฐบาลสายเปย์ ที่ขายกิมมิกไว้ว่า นายกฯ ชื่อ เศรษฐา คนไทยจะเป็นเศรษฐี มีอะไรมาแจกเพื่อซื้อใจประชาชน ใน ครม.นัดแรก กันบ้าง

เศรษฐา สวมเสื้อผ้าไทย ประชุม ครม.นัดแรก
เริ่มต้นการประชุม ครม.นัดแรก นายกฯ เศรษฐา ในชุดผ้าไทยสีน้ำเงิน บอกง่วงนิดหน่อย เพราะลากยาวจากการแถลงนโยบายรัฐบาลจนถึงเที่ยงคืนของวันที่ 12 กันยายน ทำให้มีเวลานอนแค่ 4 ชั่วโมง แต่อย่างที่เคยประกาศไป จะทำงานแบบไม่เหน็ดเหนื่อย เมื่อวานเลยคลอดหลายมาตรการออกมาซื้อใจประชาชน ซึ่งหากเปรียบเป็นยาหม้อ ก็ต้องบอกว่าเป็นหม้อใหญ่มาก

ที่เห็นผลทันทีในเดือนนี้ มี 4 เรื่อง ไล่ตามวัน จะเริ่มที่ 18 กันยายนนี้ เด็กแรกเกิดรับไปเลยงวดแรก 600 บาทต่อเดือน นาน 6 ปี, ลดราคาน้ำมันดีเซลให้ต่ำกว่า 30 บาทต่อลิตร เริ่ม 20 กันยายน, ฟรีวีซาประเทศจีนและคาซัคสถาน เริ่ม 25 กันยายน - 29 กุมภาพันธ์ ปีหน้า, ลดค่าไฟฟ้าจาก 4 บาท 45 สตางค์ เหลือ 4 บาท 10 สตางค์ ต่อหน่วย ในรอบบิลกันยายนนี้เป็นต้นไป

ขณะที่ความเห็นชาวเน็ต หลังรัฐบาลประกาศลดราคาน้ำมันดีเซล ก็ไม่ทน ถามไปยังรัฐบาลว่า แล้วเบนซินมีสิทธิ์ไหม คนเติมเบนซินไม่เดือดร้อนหรือ ? ปล่อยลอยตัวราคาน้ำมันไปเลย ไม่ต้องเก็บเงินเข้ากองทุนแล้ว จนลามไปถึงการทวงถามขอให้ลดราคาก๊าซ NGV ด้วย เพราะเดือดร้อนกับราคาขายในปัจจุบัน (13 ก.ย.) ที่พบว่า กลุ่มน้ำมันเบนซิน - แก๊สโซฮอล์ มีราคาสูงเกือบลิตรละ 40 บาท

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน บอกว่า สำหรับราคาน้ำมันเบนซิน อยู่ระหว่างประสานกระทรวงพาณิชย์ เตรียมควบคุมค่าการตลาดให้เหลือ 2 บาทต่อลิตร เพื่อให้ลดราคา ตามคำเรียกร้องของประชาชน ก่อนดำเนินการในปัจจัยอื่น ๆ ต่อไป

สำหรับสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงล่าสุด (10 ก.ย.) ติดลบอยู่ที่กว่า 59,000 ล้านบาท

นักวิชาการ ชี้ หลายนโยบายไม่ถูกที่ ไม่ถูกเวลา ห่วงผลกระทบ
จากข้อมูล แต่ละส่วนใช้งบประมาณไม่น้อยเลย ซึ่งก็จะมาจากเงินภาษี ในมุมของ ทีดีอาร์ไอ ที่ศึกษานโยบายของพรรคเพื่อไทยที่หาเสียงไว้ มัดรวมกันต้องใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท อาจทำให้หนี้สาธารณะทะลุใกล้ 70% ของจีดีพี อีกทั้งมติ ครม.นัดแรก เน้นแจกแลกคะแนนนิยม ก็ยังเรียกว่าน่ากังวล เพราะยังไม่ถูกที่ ไม่ถูกเวลา มีผลกระทบมาก 

นอกจากนโยบายแจกแล้ว เมื่อวานนี้ ครม. ยังวางระบบเพื่อเดินหน้านโยบายสำคัญ อาทิ การตั้ง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน คณะกรรมการพักหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยเกษตรกร และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เป็นระยะเวลา 3 ปี และคณะกรรมการดิจิทัลวอลเลต วางกรอบเวลา 14 วัน ชงกลับเข้ามาให้ ครม.อนุมัติ

และยังมีการตั้ง นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานศึกษาทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ รวมถึงตั้ง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ด้วย

นอกจากนี้ จะมีการแต่งตั้งข้าราชการประจำ และข้าราชการการเมือง รวม 19 เรื่อง อาทิ ตั้ง นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพากร เป็นปลัดกระทรวงการคลัง นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เป็นปลัดกระทรวงพลังงาน

ใช้ KPI ประเมิน ผู้ว่าฯ กวาดล้างผู้มีอิทธิพล
อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ มีการมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตั้งทีมปราบผู้มีอิทธิพล ใช้ประเมิน KPI ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจ และ กอ.รมน. ทำไม่ได้ย้ายทันที ซึ่งเรื่องนี้แถลงโดยโฆษกรัฐบาลป้ายแดง 

นายกฯ อารมณ์ดี ถามนักข่าว แถลงดีไหม
สีสันวันแรกของ นายกฯ เศรษฐา กับการประชุม ครม.นัดแรก หลังแถลงจบ

ท่านคุยเล่นกับนักข่าว แถมท้าทายด้วยว่า มีคำถามอะไรก็เค้นออกมาอีกได้ ถือเป็นวันแรกของ ครม.เศรษฐา ที่ยังรอบทพิสูจน์อีกหลายยก

บิ๊กทิน เข้ากระทรวงฯ ขู่มีทหารนอกแถว ผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
ส่วนที่กระทรวงกลาโหมเมื่อวานนี้ ได้ต้อนรับ นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเรือนคนแรก ที่ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี มอบนโยบายห้ามทหารออกนอกแถว พร้อมขู่ หากพบมีเอี่ยวธุรกิจสีเทา ผู้มีอิทธิพล ผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดชอบ และเตรียมสร้างกองทัพไซเบอร์คุ้มกันนักลงทุน เป็นกองทัพที่ 5