จับตา ทีมบิ๊กก้อง งัด ทีมบิ๊กโจ๊ก คดีกำนันนก

View icon 42
วันที่ 19 ก.ย. 2566 | 11.01 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - ยังต้องตามต่อกับการทำสำนวนคดี กำนันนก สั่งฆ่า สารวัตรแบงค์ กลางงานเลี้ยง ซึ่งขณะนี้มีการโอนคดีจากชุดสืบสวนของ บิ๊กโจ๊ก ไปให้ทีมของ บิ๊กก้อง ที่กองบัญชาการสอบสวนกลาง รับไม้ต่อ มีจุดน่าสนใจ คือ แม้บทสรุปหลักของคดีจะเหมือนกัน คือ กำนันนก เป็นคนสั่งตาย แต่มีหลายประเด็นที่เห็นต่างกัน มีอะไรบ้าง เราจะไปเทียบให้ดูชัด ๆ

จับตา ทีมบิ๊กก้อง งัด ทีมบิ๊กโจ๊ก คดีกำนันนก
เริ่มต้นกันที่ตัวเนื้อคดีกันก่อน อย่างที่บอกว่าทั้ง ทีม บิ๊กโจ๊ก พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล รอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และทีมของ บิ๊กก้อง พลตำรวจโท จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สอบสวนกลาง เห็นตรงกันว่าดิ้นไม่หลุดแน่ ๆ คือ กำนันนก กับข้อหาสั่งฆ่า

ซึ่งขณะนี้ก็มีคำยืนยันจาก อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แล้วว่า คนที่อยู่ในคุก คือ กำนันนก ตัวจริง เสียงจริง แน่นอน ไม่มีตัวปลอมอย่างที่ในโลกออนไลน์ตั้งข้อสังเกต

ทีนี้มาดูประเด็นที่แตกต่างกันบ้าง มีหลายเรื่องอยู่เหมือนกัน และเป็นปมที่อาจส่งผลต่อรูปคดีด้วย อย่างเรื่องการแจ้งข้อกล่าวหากับตำรวจ 15 นาย ซึ่ง ทีมบิ๊กโจ๊ก ฟันธงไปแล้วว่า ตำรวจกลุ่มนี้ผิด ม.157 แน่ ๆ

ขณะที่ทาง บิ๊กก้อง บอกช้าก่อน อย่าเพิ่งด่วนสรุป จะต้องค่อย ๆ คลี่สำนวนมาสอบกันใหม่อย่างละเอียด ว่าพฤติการณ์แบบไหนเข้าข่ายว่าไม่ช่วย และพฤติกรรมไหนที่เข้าข่ายว่าช่วย พฤติกรรมไหนที่แสดงว่ากระทำความผิด โดยจะหารือข้อกฎหมายกับอัยการและศาล เพื่อความรอบคอบก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดี

นั่นเป็นดอกที่หนึ่ง มาดูดอกที่สอง ไม่รู้ปักไปที่อกของ บิ๊กโจ๊ก หรือเปล่า เพราะเป็นส่วนที่ไม่เหมือนกันแบบคนละขั้วเลย เนื่องจาก ทีมบิ๊กโจ๊ก สรุปว่า ผู้กำกับเบิ้ม พ.ต.อ. วชิรา ยาวไทยสงค์ ผู้กำกับ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ที่ปลิดชีพตัวเองไป ความจริงเป็นคนที่ต้องถูกแจ้งข้อหามีความผิดตามมาตรา 157 ด้วย

บิ๊กก้อง สวน บิ๊กโจ๊ก ผกก.เบิ้ม ช่วย สารวัตรแบงค์ ไม่แจ้ง ม.157
แต่ทาง บิ๊กก้อง ออกมาปกป้องว่า จากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ และภาพที่ถูกปล่อยออกมาแล้วก่อนหน้า รวมถึงคำให้การของผู้ที่อยู่ในงานเลี้ยง จะเห็นว่า ผู้กำกับเบิ้ม เข้าไปช่วยอุ้ม สารวัตรแบงค์ ก่อนจะมีตำรวจนายอื่นมารับช่วงต่อ นำตัวคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ดังนั้นต้องให้ความเป็นธรรมกับคนที่ตายไปแล้วด้วย โดยล่าสุดมีผลตรวจ DNA จากแขนเสื้อของ ผู้กำกับเบิ้ม ออกมา ปรากฏว่าเป็นเลือดของสารวัตรแบงค์

ทีม บิ๊กก้อง ไล่กล้องวงจรปิดใหม่ทั้งหมด
อีกประเด็นที่ไม่เหมือนกันระหว่าง ทีมบิ๊กโจ๊ก กับ ทีมบิ๊กก้อง คือ เรื่องของการถอดวงจรปิด ที่ ทีมบิ๊กโจ๊ก สรุปขมวดปมว่า กำนันนก น่าจะสั่งถอด ส่อเค้าว่ามีการวางงานฆ่าหรือไม่ แต่ ทีมบิ๊กก้อง ยังไม่ปักใจเชื่อ ขอไล่ดูอีกครั้งว่าทำเวลา 10.16 น. ของวันเกิดเหตุ จึงมีการถอดวงจรปิดนี้ออกไป ทำไมต้องมาถอดในวันที่เกิดเหตุ มีใครไปทำอะไรก่อนหรือไม่ ที่สำคัญทำไมต้องถอดกล้องแค่กล้องนี้กล้องเดียว จากทั้งหมด 15 กล้อง ถ้าต้องการไม่ให้อยากเห็นภาพในงานเลี้ยง ทำไมไม่ปิดทั้งหมด ชุดสืบสวนของสอบสวนกลาง กำลังเร่งไล่ภาพจากกล้องวงจรปิด โดยคาดว่าวันนี้น่าจะเห็นทั้งหมดว่าก่อนกล้องดับไปมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เนื่องจากชุดสืบสวนของ บิ๊กโจ๊ก ยังไม่ไล่ภาพก่อนเวลาที่กล้องดับไป โดยสอบสวนกลางบอกว่าหลักฐานก่อนเกิดเหตุจะเป็นอีกข้อมูลชิ้นสำคัญที่จะระบุที่มาที่ไปและข้อสงสัยเรื่องนี้

ลุ้นทีม บิ๊กก้อง รื้อสำนวนคดีกำนันนก จบอย่างไร
การทำคดีของ บิ๊กก้อง กับ บิ๊กโจ๊ก เรียกว่าต่างคนต่างทำหน้าที่ และต่างกันที่มุมมอง อย่าง บิ๊กโจ๊ก ฟันไปเลยจากหลักฐาน แต่ บิ๊กก้อง บอกต้องนำภาพ คำให้การที่เกิดขึ้นมาพิจารณาก่อน และต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหา หากทำไปแล้วยกฟ้อง ปัญหาจะตกที่พนักงานสอบสวนที่อาจโดนฟ้องกลับ

บช.ก. ประชุมรับโอนคดีกำนันนก
ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตั้งทีมสืบสวนที่มาจาก 11 หน่วยงานในสังกัด เข้ามาดูแลทั้ง 2 คดี คือ คดีการเสียชีวิตของ สารวัตรแบงค์ และการดำเนินคดีกับตำรวจที่ไปร่วมงานเลี้ยงในวันดังกล่าว เนื่องจากเป็นคดีละเอียดอ่อน มีความซับซ้อน เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ โดยการสอบสวนดำเนินการต่อเนื่องจากของเดิมที่ตำรวจภูธรภาค 7 ทำไว้ เพียงแต่นำพยานหลักฐานทั้งหมด รวมถึงภาพวงจรปิด มาพิจารณาอย่างละเอียด ไล่ดูไปตามข้อเท็จจริง รวมถึงประเด็นข้อกฎหมาย ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาตำรวจในเหตุการณ์ว่าเข้าข่ายความผิดฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง