รถไฟความเร็วสูงไม่ได้ผ่ากลางมรดกโลกอยุธยาฯ นายก อบต.บ้านใหม่ ชี้ สถานีอยู่นอกเกาะเมือง
รถไฟความเร็วสูงผ่ามรดกโลก วานนี้(19 ก.ย.2566) นายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ นายก อบต.บ้านใหม่ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยกับทีมข่าวออนไลน์ 7HD ถึงกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์การสร้างรถไฟความเร็วสูงจะกระทบมรดกโลกว่า ก่อนหน้านี้เรื่องการสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูง ก็มีประเด็นแล้วว่าจะผ่านมรดกโลก มีข้อกังวลมาตั้งแต่แรกทั้งเรื่องรูปแบบ สถานที่ จึงเกิดการแก้ไขปรับปรุง โดยกรมศิลปากรเข้ามาดูแลปรับลดความสูงของสถานีลงมา และ การรถไฟแห่งประเทศไทย ก็ปฏิบัติตามข้อกังวลเหล่านี้ มีการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และรับฟังผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นขั้นตอนปกติในการทำงานก่อสร้าง แต่เรื่องนี้ก็มีทั้งคนเห็นด้วยและเห็นต่างซึ่งเป็นเรื่องปกติในการทำอะไรขึ้นมาสักอย่าง แต่ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นเหมือนคำศักดิ์สิทธิ์ เมื่อพูดถึงอยุธยาฯ แล้วจะสร้างอะไรขึ้นมา ก็จะมีข้อกังวลว่าจะกระทบมรดกโลกเพราะเป็นเมืองเก่า แต่รถไฟความเร็วสูง ถือเป็นความเจริญที่มีความจำเป็นต่ออยุธยาฯ ทั้งเรื่องของการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ สังคม โดยนักท่องเที่ยวที่มาอยุธยาฯ มีประมาณ 6-7 ล้านคนต่อปี เป็นคนไทยกว่า 80% คนต่างชาติมีเพียงประมาณ 1 ล้านคนเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อย
นายวัชรพงศ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาของอยุธยาฯ คือความเป็นเกาะเมืองที่ขึ้นทะเบียนโบราณสถานเกือบหมดทั้งเกาะกว่า 1,800 ไร่ การก่อสร้างในเขตเกาะเมืองก็จะยุ่งยาก แต่สถานีรถไฟที่จะเกิดขึ้นนั้นอยู่นอกเกาะเมือง คืออยู่นอกเขตมรดกโลกที่ขึ้นทะเบียนกับยูเนสโก ไม่ใช่การตัดผ่ามรดกโลกแต่อย่างใด แต่อยู่ในพื้นที่แวดล้อมต่อเนื่องกับมรดกโลก ซึ่งก็มีผลกระทบ แต่จะน้อยลงเพราะไม่ใช่ใจกลางมรดกโลก ที่บอกว่ากระทบมรดกโลกต้องดูว่ากระทบตรงไหน เพราะสถานีรถไฟอยู่คนละส่วนกับพื้นที่มรดกโลก ห่างกว่า 1.5 กิโลเมตร มุมมองที่กรมศิลปากรมองว่ากระทบจุดแรกคือการมองจากข้างในออกมาแล้ว มองเห็นความสูงของชานชาลาสถานี ยอดสิ่งปลูกสร้างมีความสูง กระทบต่อภูมิทัศน์ทางสายตา ก็ปรับลดลงมาเพื่อไม่ให้มีผลกระทบ ซึ่งเป็นแค่เพียงทางสายตาเท่านั้น ไม่มีเรื่องของความสั่นสะเทือน
นายก อบต.บ้านใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่ยูเนสโก พิจารณาถอดถอนมรดกโลก ไม่ได้มีเหตุมาจากการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง แต่มีมาก่อนหน้านี้แล้วในเรื่องของการบุกรุกโบราณสถาน ความสกปรกของเกาะเมืองอยุธยาฯ ซึ่งนั่นคือใจกลางมรดกโลก มีการสร้างพื้นที่รุกล้ำโบราณสถาน ยึดพื้นที่ทำร้านค้า ยูเนสโกจึงมีหนังสือท้วงติงเตือนมา ซึ่งกรมศิลปากรและจังหวัดก็พยายามแก้ไขปรับปรุง ย้ายร้านค้า ดูแลสภาพแวดล้อม และยื่นเรื่องกลับไปที่ยูเนสโก และเมื่อมีการก่อสร้างโครงการใหญ่เกิดขึ้น ยูเนสโกก็มีความห่วงและกังวลซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนปฏิบัติอยู่แล้ว จึงเตือนให้ทำรายงานประเมินผลกระทบด้านทรัพย์สินทางวัฒนธรรม (HIA) ซึ่งกรมศิลปากรและการรถไฟฯ ก็จ้างมหาวิทยาลัยศิลปากร ดำเนินการทำรายงานผลกระทบเหล่านี้ ซึ่งส่วนตัวมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก เชื่อว่าเมื่อส่งไปถึงยูเนสโกแล้วผ่านแน่นอน