สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - คดีพ่อโหดฆ่าลูก 5 ศพ แม้ตำรวจจะนำตัว "นายส่องศักดิ์" ไปฝากขังพร้อมกับภรรยาคนล่าสุดแล้ว แต่คดีก็ยังไม่สิ้นสุด เมื่อวานมีทั้งการแจ้งข้อหากับ "เจษฎา" ภรรยาที่มีลูกกับผู้ต้องหา 5 คน และยังมีลุงที่ไปทวงถามความยุติธรรมให้หลานสาว ที่เชื่อว่าผู้ต้องหากับภรรยาทำร้ายหลาน นำรูปไปโพสต์ขอรับบริจาค ซึ่งเมื่อวานหลังจากผล DNA ออกชัดเจน "เจษฏา" หาทางดิ้นรอด ถึงกับร้องไห้ ยอมเปิดใจกับตำรวจ พร้อมร้องขอให้ช่วยนิมนต์พระมาให้ เพราะอยากทำบุญให้กับลูกทั้ง 4 คน ที่เสียชีวิต
เป็นภาพนาทีที่นางสาวเจษฎา ภรรยาของนายส่องศักดิ์ ผู้ต้องหา คดีพ่อโหดฆ่าลูก 5 ศพ ก้มลงกราบเท้าพระ จากวัดบางบัว หลังขอร้องให้ตำรวจ สน.บางเขน ช่วยนิมนต์พระมาให้ เพราะอยากทำพิธีทางศาสนา ถวายสังฆทาน กรวดน้ำ สวดมนต์อุทิศส่วนกุศลให้แก่ลูกที่ล่วงลับทั้ง 4 คน เพราะสำนึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น หลังจากรู้ว่าตนเองดิ้นอย่างไรก็ไม่หลุดแล้ว เพราะพยานหลักฐานชัดเจนว่ามีส่วนร่วมในการกระทำความผิด
จริง ๆ ระหว่างการทำพิธี นางสาวเจษฎา ได้ร้องไห้ แสดงออกถึงความเศร้าเสียใจ ก่อนที่พระจากวัดบางบัวจะเทศน์จนเจ้าตัวสบายใจขึ้น
ขณะที่ พลตำรวจตรี นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า หลังผลการตรวจ DNA ของ สน.บางซื่อ ยืนยันว่าศพเด็กชายนิรนามที่พบเมื่อปี 2556 และ 2557 ตรงกับ นายส่องศักดิ์ ผู้ต้องหาคดีพ่อโหดฆ่าลูก 5 ศพ และตรงกับคำให้การรับสารภาพทั้งของนายส่องศักดิ์ และ นางสาวเจษฎา พนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วเห็นว่า แม้ผู้ต้องหาจะมีคำอ้างเรื่องที่ถูกบังคับให้กระทำ แต่การกระทำดังกล่าวก็เข้าข่ายความผิดฐานมีส่วนร่วมในการกระทำผิดด้วย จึงไปขอศาลออกหมายจับใน 5 ข้อหา ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส, ทำร้ายร่างกายผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ซ่อนเร้น ทำลายศพ, ทำลายพยานหลักฐาน และร่วมกันอำพรางคดี
ส่วนตู้เสื้อผ้าและตู้ทีวี ที่เรานำเสนอข่าวไปว่า ตำรวจสันนิษฐานว่าอาจเป็นตู้ที่ใช้ในการซ่อนเด็ก เบื้องต้นได้ให้นางสาวเจษฎา ดูภาพแล้ว ยืนยันว่าไม่ใช่ตู้ที่ใช้ในวันเกิดเหตุ เพราะตู้ทีวีของเดิมเป็นตู้กระจก 3 ตอน ที่เห็นในภาพ จึงคาดเป็นตู้ใบใหม่ที่เจ้าของหอพักนำมาเปลี่ยน
จากการที่ขุดพบกระดูกได้ที่ปากซอยพหลโยธิน 56 ย่านสายไหม ตามคำให้การของ นางสาวเจษฎา ว่าเป็นจุดที่นำศพไปทิ้งนั้น ผลการตรวจออกมาแล้วว่าไม่ใช่กระดูกมนุษย์ ช่วงเย็นวานตำรวจจึงคุมตัวนางสาวเจษฎา ไปชี้จุดทิ้งศพอีกครั้ง เนื่องจากให้การคลาดเคลื่อน ซึ่งพบว่าจุดที่ทิ้งศพนั้นมีการสร้างปั๊มน้ำมันทับพื้นที่ไปแล้ว จากนั้นได้คุมตัวกลับไป สน.บางเขน เพื่อทำบันทึกจับกุมและแจ้งข้อหา โดยระหว่างนำตัวเดินไปห้องควบคุม นางสาวเจษฎา พูดเพียงสั้น ๆ ว่า "ไม่พูดอะไรอีกแล้ว ให้การกับตำรวจไปหมดแล้ว" ซึ่งในวันนี้พนักงานสอบสวนจะคุมตัวนางสาวเจษฎา ไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก
สำหรับการตรวจค้นห้องเช่าในซอยพหลโยธิน 48 แยก 3 ซึ่งเป็นห้องเช่าสุดท้ายก่อนที่นายส่องศักดิ์ จะถูกจับกุมคดีฆ่าลูกสาวอายุ 2 ขวบ แล้วนำศพไปซ่อนที่จังหวัดกำแพงเพชร จากการตรวจค้นภายในห้องพบสำเนาบัตรประชาชนของผู้ต้องหาและภรรยา, เอกสารการครอบครองรถยนต์, ยารักษาโรคหลายประเภท, ปืนปลอม 1 กระบอก, มีดทำครัว, มีดเดินป่า และข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว จึงยึดทั้งหมดไว้ตรวจสอบ
ผู้ดูแลหอพักให้ข้อมูลว่า นายส่องศักดิ์ได้ให้นางสาวเจษฎา มาเปิดเช่าไว้เมื่อวันที่ 13 กันยายน และมาพักอาศัยอยู่ด้วยกัน 2 คน ไม่เห็นพาเด็กมาอยู่ด้วย แต่ทราบว่า นางสาวเจษฎาจะไป ๆ มา ๆ ระหว่างที่นี่ กับที่พักในซอยช่วงแยก 11 ที่อยู่ใกล้ ๆ กัน แต่หลังมาอยู่ได้ไม่ถึง 1 สัปดาห์ ก็มีข่าวจับกุมผู้ต้องหาไปดำเนินคดี
อีกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้คือ เรื่องที่ กัน จอมพลัง ไปเจอข้อมูลว่า นางสาวเจษฎา เคยโพสต์ข้อความในกลุ่มช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสและยากไร้ ใช้ภาพลูกสาวอายุ 3 ขวบ ที่มีสภาพบาดแผลที่ริมฝีปากบน ไปโพสต์ว่าลูกสาวพิการตาบอด มีอาการปากแหว่งเพดานโหว่ เพื่อขอรับเงินบริจาค
กัน จอมพลัง ได้พาลุงที่เคยเลี้ยงดูเด็กหญิงในภาพตั้งแต่อายุได้เพียง 10 วัน ไปขอความเป็นธรรมกับตำรวจ และให้ปากคำ โดยลุงของเด็กคนนี้ยืนยันว่า ตั้งแต่ที่รับเลี้ยงดูก็มีสภาพร่างกายแข็งแรงปกติ ไม่มีอาการปากแหว่งเพดานโหว่ หรือมีความพิการใด ๆ คนในบ้านหลายคนเป็นพยาน มีภาพถ่ายตอนยังเป็นเด็กทารกเป็นหลักฐาน ต่อมาหลังทราบข่าวว่า หลานสาวถูกนำไปโพสต์ภาพว่ากลายเป็นคนพิการ ตนเองไม่เชื่อว่าเด็กจะหกล้มเองตามคำอ้างของแม่เด็ก และเชื่อว่าพ่อกับแม่ของเด็กเป็นคนทำร้าย ซึ่งตนเองรู้สึกแค้นและสงสารหลานมาก อยากให้พ่อของเด็กได้รับโทษประหารชีวิต
เช่นเดียวกับที่ พลตำรวจตรี นพศิลป์ เปิดเผยความคืบหน้าผลการสอบปากคำ ว่าได้ซักถามนางสาวเจษฎา ในเรื่องนี้ด้วย เพราะมีชื่อถูกนำบัญชีธนาคารไปรับบริจาค เจ้าตัวบอกว่า เมื่อช่วงปี 2564-2565 เคยเห็นเด็กคนนี้มีสภาพร่างกายแข็งแรงดี แต่พอมาปีนี้ตอนที่สามีนำมาฝากเลี้ยง ก็สังเกตเห็นมีบาดแผลที่ริมฝีปาก ตอนนั้นถามไป สามีอ้างว่าบาดแผลเกิดจากเชื้อรา ส่วนเงินบริจาคที่เข้ามาในบัญชี มีทั้งหมด 17 รายการ ประมาณ 3,000 กว่าบาท นายส่องศักดิ์ได้นำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันจนหมดแล้ว
แล้วตอนนี้ นายส่องศักดิ์ เป็นอย่างไรบ้าง ทีมข่าวได้รับข้อมูลยืนยันจาก นายนัสที ทองปลาด ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ว่าผู้ต้องหาถูกขังไว้ที่ห้องกักโรค คืนแรกของการฝากขัง ผู้ต้องหาแจ้งว่ามีอาการนอนไม่หลับ รู้สึกกระวนกระวาย บอกว่าตนเองมีอาการป่วยทางจิตเวช หลังเสร็จสิ้นกระบวนการซักถามประวัติและตรวจสุขภาพ ก็ได้ให้กินอาหารมื้อเย็น เป็นข้าวสวย เกาเหลาลูกชิ้นไก่ใส่ผัก และน้ำพริกกะปิ ผักเคียง ซึ่งก็สังเกตว่าสามารถกินอาหารได้ตามปกติ ก่อนจะเข้าพักผ่อนร่วมกับผู้ต้องหาคดีอื่น ๆ ส่วนช่วงเช้าเมื่อวานจากการสังเกต พบว่าสามารถปรับตัวทำกิจวัตรต่าง ๆ ภายในเรือนจำได้ กินอาหารได้ปกติ เริ่มพูดคุยกับเพื่อนผู้ต้องหารายอื่น และหลับพักผ่อนได้ปกติ