ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนยกฟ้อง สิระ-ชัยยันต์ คดีหมิ่นประมาท เสรีพิศุทธ์ ปมให้สัมภาษณ์ สิ่งปลูกสร้างรุกแม่น้ำเจ้าพระยา ชี้ เป็นการแสดงความเห็นโดยความสุจริต
วันนี้ (13 มี.ค.69) ที่ห้องพิจารณา 608 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.951/2564 ที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นโจทก์ฟ้อง นายสิระ เจนจาคะ อดีต สส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ, นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ อดีต สส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย ปัจจุบันอยู่พรรคภูมิใจไทย ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา
กรณีเมื่อวันที่ 10 ก.พ.2564 นายสิระและนายชัยยันต์ ร่วมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนทำนองว่า โจทก์รุกล้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นที่ดินสาธารณะ เพื่อก่อสร้างท่าเทียบเรือของบ้านบริเวณบ้านริมน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก ย่าน ต.บางกระบือ บางซื่อ กทม. ทั้งที่โจทก์ได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษพวกจำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326,328 ประกอบ มาตรา 83 ,86 ด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัว
คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 4 ต.ค.66 ว่า จากพยานหลักฐานที่สื่อแต่ละสำนักรายงานข่าว มีรายละเอียดแตกต่างกันไปแต่มีทิศทางเดียวกันว่า สิ่งก่อสร้างของโจทก์ล่วงล้ำพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยา แม้จะมีการฟ้องร้องและคดียุติไปแล้วก็ตาม แต่ต่อมาก็ยังมีการร้องเรียนเกี่ยวกับสิ่งก่อสร้างดังกล่าวอยู่ ดังนั้น เพื่อคลายข้อสงสัยของประชาชน การกระทำของจำเลยที่ 1-2 ซึ่งให้สัมภาษณ์แสดงความคิดเห็นต่อสื่อมวลชนเป็นไปด้วยความสุจริต ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท พิพากษายกฟ้อง ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์
ข่วงเช้าวันนี้ นายสิระ กับนายชัยยันต์ จำเลยที่ 1-2 พร้อมทนายความมาฟังคำพิพากษา ขณะที่ผู้รับมอบฉันทะโจทก์มาศาลตามนัด
ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนปรึกษากันแล้วเห็นว่า ขณะเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 เป็นประธานกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร และจำเลยที่ 2 เป็นโฆษกและกรรมาธิการการกฎหมาย ฯ ซึ่งเรื่องดังกล่าวนายสนธิญา สวัสดี ได้ร้องเรียนให้ตรวจสอบ จำเลยทั้งสองจึงดำเนินการตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างในลำน้ำเจ้าพระยาตามข้อมูลข้อเท็จจริง และเป็นอำนาจหน้าที่ของประธานกรรมาธิการฯ และกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 129 วรรค 6 ดังนั้น การให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน จึงเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้นศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยพิพากษายืน
ภายหลังฟังคำพิพากษา นายสิระ และนายชัยยันต์ มีสีหน้าดีใจ ก่อนจะพากันเดินทางกลับ