“จตุพร” เรียกร้อง ผบ.ตร.คนใหม่ขจัดเส้นสายวิ่งเต้นซื้อตำแหน่ง จี้ บิ๊กโจ๊ก เปิดข้อมูลตำรวจเทา คำพูดที่ว่าถ้าเปิดเผยตายหมดทั้งสำนักงาน มัดหัวมัดท้ายจนยากจะดิ้น ปมให้เงินสื่อครั้งละหมื่น เข้าข่ายวินัยร้ายแรง ใช้เงินส่วนตัวกว่า 20 ล้าน ทำงานราชการ ปปง. ควรตรวจสอบ เงินส่วนตัวมาจากไหน อย่างไร และใช้มากี่ปีแล้ว
ผบ.ตร.คนใหม่ วานนี้ (27 ก.ย.66) นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์ ถึงการคัดเลือกแต่งตั้ง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนใหม่ แต่ความวุ่นวายยังเข้ามาไม่รู้จบ เพราะระบบเส้นสายและการวิ่งเต้นใช้เงินซื้อตำแหน่งยังฝังแน่นอยู่ ดังนั้น งานใหญ่ก่อนทิ้งทวนเกษียณปี 2567 ผบ.ตร.ต้องสะสางระบบตำรวจผิดเพี้ยนเพื่อผดุงคุณธรรม เรียกศรัทธาประชาชนกลับคืนมา
ข้อความตอนหนึ่ง นายจตุพร กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือบิ๊กโจ๊ก รอง ผบ.ตร. บอกมีข้อมูลมาก หากเปิดเผยตายกันหมดทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่จะไม่เอาคืน ไม่แก้แค้น และไม่อยากทุบหม้อข้าวตัวเอง แต่สิ่งที่ “บิ๊กโจ๊ก” พูดออกมานั้น เป็นการมัดหัวท้ายจนยากจะดิ้นหนีได้แล้ว กรณีให้เงินสื่อมวลชนครั้งละ 1 หมื่น ซึ่งนักการเมืองกับข้าราชการ ถ้าให้และรับเงินเกิน 3,000 บาท ย่อมเป็นปัญหาเข้าข่ายวินัยร้ายแรงแล้ว อีกทั้ง ยังบอกถึงการใช้เงินส่วนตัวกว่า 20 ล้านบาทต่อปีมาทำงานราชการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ควรตรวจสอบว่า เงินส่วนตัวมาจากไหน อย่างไร และใช้มากี่ปีแล้ว
“ถ้า “บิ๊กโจ๊ก” นิ่งมาแต่ต้น แค่รักษาลมหายใจเอาไว้ ย่อมมีโอกาสได้เป็น ผบ.ตร. เพราะเกษียณปี 2574 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร.อีกคนเกษียณปี 2569 ส่วน พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ว่าที่ ผบ.ตร. คนใหม่ จะเกษียณปี 2567 “บิ๊กโจ๊ก” มีเวลาเหลือเฟืออีก 5 ปี แต่การพูดในลักษณะกำข้อมูลไว้เยอะ ย่อมมีผลกระทบกับเวลาที่เหลือ และกว่าจะเกษียณราชการปี 2574 จะได้ใช้หรือไม่ เพราะจะเต็มไปด้วยขวากหนามต่างๆ ตามมาเป็นอุปสรรคอีก เมื่อมาถึงขนาดนี้แล้วควรเปิดเผยออกมา ถ้าไม่เปิดคนจะรู้สึกว่า เจตนาพูดเพื่ออะไร”
นายจตุพร กล่าวว่า มีความจริงว่า การเติบโตในชีวิตตำรวจอยู่ที่การวิ่งเต้น นายตำรวจรุ่นใหม่เมื่อวิ่งเต้นเลื่อนตำแหน่งเร็ว ย่อมเติบโตมาเป็นผู้บังคับบัญชา คนไม่วิ่งเต้นจึงทำหน้าที่ด้วยความห่อเหี่ยวใจอยู่ในตำแหน่งเดิม เมื่อระบบก้าวหน้าอยู่ที่การวิ่งเต้นแล้ว เงินจึงมีความจำเป็นต่อการทุ่มซื้อตำแหน่ง การหาเงินคงไม่ได้หาจากสิ่งถูกกฎหมาย ดังนั้น ผบ.ตร.คนใหม่ จึงควรล้มระบบการแข่งขันออกไป โดยอาจใช้ตัวแบบเหมือนกับระบบของศาลที่ไม่มีการแข่งขันวิ่งเต้นในตำแหน่ง จะรู้กันในกระบวนการทำงานที่สนับสนุนให้เกิดความก้าวหน้า
“ไทยอยู่กันด้วยสิ่งผิดกฎหมายมากมาย ทั้งหวยใต้ดิน เปิดผับ วินมอเตอร์ไซค์ นวดแผนโบราณ ซึ่งต้องจ่ายใต้ดินทั้งนั้น แต่สิ่งเหล่านี้ยังอยู่ร่วมกันได้กับสังคมมาตลอด และแก้ไขไม่ได้ เพราะมีคนดีเป็นแนวร่วมมุมกลับ คอยปกป้องไว้ จึงเป็นช่องว่างให้ธุรกิจสีเทาครองเมือง จนระบบประเทศแก้ไขได้ยากมาก กรณีที่เกิดขึ้นกับ สนง.ตำรวจแห่งชาติ ถ้าตำรวจตั้งต้นให้ถูก ใครมีข้อมูลก็ต้องเปิดออกมาให้หมด สะสางกันให้สะอาด ส่วน ผบ.ตร.คนใหม่เดินหน้าปฎิรูปองค์กร ขึ้นเงินเดือนตำรวจ ถ้าทำกันจริงจะเกิดการเปลี่ยน และประเทศก็จะเลี่ยนตามไปด้วยเหมือนกัน" นายจตุพร ระบุ