ศาลแพ่ง สั่งให้ทรัพย์ บิ๊กโจ๊ก-เมีย 481,351.72 บาท ตกเป็นของแผ่นดิน ชี้ ใช้บัญชีม้ารับโอนเงิน ส่อปกปิดอำพรางที่มาทรัพย์สิน
วันนี้ (25 ก.พ.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่ผ่านมา ศาลแพ่ง อ่านคำพิพากษาคดีระหว่างพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 ผู้ร้อง นางศิรินัดดา หักพาล และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร. ผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 ขอให้ยึดทรัพย์สินจำนวน 3 รายการ เป็นเงินจำนวน 481,351.72 บาท ของผู้คัดค้านทั้งสองตกเป็นของแผ่นดิน
ศาลแพ่งดำเนินการไต่สวนและประกาศตามขั้นตอนกฎหมาย และผู้คัดค้านที่ 1-2 ได้ยื่นคำโต้แย้งตามขั้นตอนเกี่ยวกับอำนาจการยื่นคำร้องและทรัพย์สินตามบัญชีว่าเป็นเงินได้รับโอนจากค่าเวนคืนตามสัญญากรมธรรม์ประกันชีวิต ซึ่งศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า พนักงานอัยการมีอำนาจยื่นคำร้องเป็นคดีนี้ โดยคณะกรรมการธุรกรรมได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด และมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เป็นลำดับมาโดยถูกต้องตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ
กรณีมีความผิดมูลฐานมาตรา 3(9) และมาตรา 5 และผู้คัดค้านที่ 1-2 มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องสัมพันธ์ด้วยหรือไม่ เห็นว่า ตามทางไต่สวนรับฟังได้ว่า ผู้คัดค้านที่ 1-2 ได้รับโอนเงินผ่านบัญชีตัวแทนนายตำรวจที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดและเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาผู้คัดค้านที่ 2 กับพวกพลเรือนซึ่งเป็นผู้ต้องหาถูกกล่าวหาคดีอาญา มีพฤติการณ์เกี่ยวกับการชักชวนเล่นพนันออนไลน์และมีพฤติการณ์ใช้บัญชีผู้อื่นกระทำธุรกรรมแสวงหาประโยชน์ส่วนตน ย่อมส่อเจตนาไม่สุจริตและปกปิดอำพรางทรัพย์สินที่ได้มาโดยไม่สุจริต และยังปรากฏว่าศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยบางรายแล้ว ฐานสนับสนุนให้มีการเล่นพนันออนไลน์และสนับสนุนการฟอกเงิน ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้คัดค้านที่ 1-2 เป็นผู้ซึ่งเกี่ยวข้อง หรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดมูลฐานตามมาตรา 3(9) หรือมาตรา 5 มาก่อน
ส่วนทรัพย์สินจำนวน 3 รายการ ที่ยื่นมาในคำร้อง เป็นทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดมูลฐานหรือไม่ เห็นว่า เมื่อผู้คัดค้านที่ 1-2 เป็นผู้ซึ่งเกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดมูลฐานมาก่อน และพยานหลักฐานของผู้คัดค้านที่ 1-2 ไม่อาจหักล้างข้อสันนิษฐานของกฎหมายได้ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าทรัพย์สินรายการที่ 1-3 เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมูลฐานตามมาตรา 3(9) และ มาตรา 5 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ
ศาลแพ่ง จึงมีคำสั่งให้ทรัพย์สินทั้ง 3 รายการ พร้อมดอกผล ตกเป็นของแผ่นดินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ มาตรา 49 และ 51
ทั้งนี้ คำพิพากษาศาลแพ่งเป็นคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยคู่ความยังสามารถใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์ตามสิทธิและขั้นตอนกฎหมายได้ต่อไป