คนร้ายไหวตัวหนี ยึดได้แต่ของกลาง แก๊งมอดไม้บุกรุกป่าสงวนฯ อาศัยช่วงฝนตกหนัก ลอบตัดไม้หวงห้าม แปรรูปส่งนายทุน

คนร้ายไหวตัวหนี ยึดได้แต่ของกลาง แก๊งมอดไม้บุกรุกป่าสงวนฯ อาศัยช่วงฝนตกหนัก ลอบตัดไม้หวงห้าม แปรรูปส่งนายทุน

View icon 272
วันที่ 28 ก.ย. 2566 | 14.46 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 ก.ย. 66 ที่ผ่านมา ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผบก.ปทส. พร้อม พ.ต.อ.ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ ผกก.4 บก.ปทส., พ.ต.ท.เอนก นาคธร รอง ผกก.4 บก.ปทส., พ.ต.ท.เกียรติพันธ์ เจริญชนิกานต์ รอง ผกก.4 บก.ปทส. และ พ.ต.ท.ยศวัฒน์ เอกกุล สว.กก.4 บก.ปทส. ได้สั่งการให้ ชุดปฏิบัติการสืบสวนปราบปรามประจำจังหวัดลำปาง ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สปจ. 3 (ลำปาง) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป.17 (แม่มอกตอนขุน) เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) และ ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เวียงมอก เข้าตรวจบริเวณป่าด้านทิศใต้ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่มอก ท้องที่บ้านสะเลียมหวาน หมู่ที่ 3 ต.เวียงมอก อ.เถิน จ.ลำปาง

สืบเนื่องจากได้รับข้อมูลว่ามีแก๊งมอดไม้ บุกรุกพื้นที่ป่าสงานแห่งชาติดังกล่าว ทำการลักลอบตัดไม้หวงห้าม แล้วแปรรูปเพื่อส่งนายทุน จึงสนธิกำลังเข้าตรวจสอบ แต่เมื่อถึงที่เกิดเหตุไม่พบตัวผู้กระทำผิด จากการตรวจสอบพบของกลาง ไม้หวงห้ามแปรรูป (ประดู่) จำนวน 72 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 5.76 ลบ.ม. รถยนต์กระบะ สีน้ำเงิน ทะเบียนหมวด จ.แพร่ จำนวน 1 คัน คิดค่าเสียหายของรัฐและมูลค่าของกลางเป็นเงิน จำนวน 403,200 บาท

ทั้งนี้กลุ่มคนร้ายได้อาศัยช่วงที่ฝนตกหนักในพื้นที่ เข้าไปลักลอบและแปรรูป โดยไม่เกรงกลัวฝนฟ้า หรือน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งคิดว่าเป็นช่วงที่เจ้าหน้าที่ไม่ออกตรวจ และเข้าไปจับกุมยากลำบาก

เบื้องต้นพบว่ากระทำผิด ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ ฐาน “ทำไม้หรือทำอันตรายด้วยประการใดๆแก่ไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีไม้หวงห้ามแปรรูปปริมาตรเกิน 0.20 ลบ.ม.ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติฯ ฐาน “ทำไม้หรือกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต” จึงทำบันทึกตรวจยึดของกลางทั้งหมด แล้วนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เวียงมอก ดำเนินคดี ตามกฎหมาย และเร่งขยายผลติดตามผู้กระทำผิดต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง