ตำรวจยังไม่ขอตอบ ปมภาพหลุด มินนี่

View icon 113
วันที่ 30 ก.ย. 2566 | 05.31 น.
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์
แชร์
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - "มินนี่" ตอบคำถามสื่อแบบถึงพริกถึงขิง ชี้แจงชัดเจนเรื่องปมความสัมพันธ์ และเหตุที่ภาพหลุดไปในโซเชียล กลายเป็นที่จับตามองว่า ตำรวจจะชี้แจงเรื่องนี้อย่างไร สื่อมวลชนหลายสำนักจึงไปดักรอขอสัมภาษณ์ แต่สุดท้ายก็ได้คำตอบแบบไม่เคลียร์

เพราะสื่อมวลชนหลายสำนักคิดตรงกันว่า คนที่จะตอบเรื่องนี้ได้ดีที่สุด คือ พลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี และรู้มาว่าเจ้าตัวจะไม่เข้าไปที่ กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 เพราะต้องไปประชุมร่วมกับคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ที่นายกรัฐมนตรีฯ ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณา กรณีเข้าค้นบ้านพัก พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และน่าจะกลับไปร่วมพิธีอำลาตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงพากันไปรอที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง ได้พบกับ พลตำรวจโท ไตรรงค์ ขณะกำลังจะขึ้นลิฟต์ไปที่ห้องทำงาน สื่อมวลชนหลายสำนักจึงพุ่งเข้าไปถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่ "มินนี่" อ้างว่า ภาพถ่ายที่เผยแพร่ในโซเชียลมาจากโทรศัพท์มือถือส่วนตัวที่ถูกตำรวจยึดไป ไปฟังกันว่าเรื่องนี้ พลตำรวจโท ไตรรงค์ ตอบอย่างไร

ส่วนที่ กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 วันนี้มีทีมทนายความของ "บิ๊กโจ๊ก" ไปรออำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มบุคคล ที่ต้องการแสดงความบริสุทธิ์เข้าชี้แจงที่มาที่ไปของเส้นทางการเงิน ซึ่งไปโดยไม่มีหมายเรียกจากพนักงานสอบสวน หนึ่งในทีมงานยอมรับว่า มีการนัดหมายกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่ง ที่จะเข้าให้ข้อมูลกับตำรวจ PCT ช่วงบ่ายวันนี้ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นใคร

ต่อมาช่วงบ่าย พันตำรวจโท คริษฐ์ ปริยะเกตุ 1 ใน 8 ตำรวจที่ถูกดำเนินคดี ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายเว็บฯ พนัน โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก่อนกลับออกมา เปิดเผยว่า ตนเองสามารถชี้แจงเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับบุคคลต่าง ๆ ได้ทั้งหมด มั่นใจในความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเครือข่ายเว็บฯ พนันตามที่ถูกกล่าวหา รายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเป็นเรื่องในสำนวนคดี

ด้าน พลตำรวจตรี ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 เปิดเผยถึงการออกหมายเรียกพยานบุคคลให้ปากคำในคดีนี้ ว่าต้องรอสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่งตั้งผู้จะมาทำหน้าที่แทนคณะกรรมการชุดเดิม เนื่องจาก พลตำรวจตรี สัมฤทธิ์ เกตุแย้ม ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หัวหน้าพนักงานสอบสวน เกษียณอายุราชการเมื่อวานนี้

ส่วนกรณีที่ "มินนี่" ไป สน.ทุ่งมหาเมฆ เมื่อวาน เป็นเพียงการไปลงบันทึกประจำวัน เพื่อยืนยันความสัมพันธ์ระหว่าง "มินนี่" กับ พันตำรวจเอก ภาคภูมิ ตามที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ไม่ได้ให้การเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องคดี จึงต้องรอวันที่ 14 ตุลาคม ที่จะครบกำหนดนัดรายงานตัว พนักงานสอบสวนจะสอบปากคำประเด็นอื่น ๆ เพิ่มเติม

อีกคนที่ต้องถามเรื่องของ "มินนี่" คือ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เพราะเป็นคนที่เปิดเผยข้อมูลเรื่อง "เฮียแต๋ม" หรือ "เสี่ยแต๋ม อุดร" เจ้าของธุรกิจขนส่งยักษ์ใหญ่ในภาคอีสาน มีชื่อเป็นเจ้าของบ้านที่ "บิ๊กโจ๊ก" อาศัยอยู่ที่หลังสโมสรตำรวจ แล้วบอกว่า มีการจ่ายเงินค่าน้ำค่าไฟผ่านบัญชีม้าที่ชื่อ "นายครรชิต" พร้อมกับเปิดภาพที่มีการถ่ายคู่กันในงานเลี้ยง อ้างว่าถ้าไปถามผู้จัดการดาราคนหนึ่ง น่าจะตอบเรื่องนี้ได้

โดย นายอัจฉริยะ ให้ตั้งข้อสังเกตการให้สัมภาษณ์ของ "มินนี่" ดี ๆ ว่ามีรายละเอียดบางอย่างที่ไม่ตรงกับที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะมาจากการสัมภาษณ์ พันตำรวจเอก ภาคภูมิ หรือการให้สัมภาษณ์ของ "บิ๊กโจ๊ก" ก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น เรื่องที่ "บิ๊กโจ๊ก" บอกว่าเคยเจอกันในงานเลี้ยงครั้งเดียว แต่ "มินนี่" บอกว่า เคยเจอ 2-3 ครั้ง

เรื่องภาพถ่ายบางภาพที่ พันตำรวจเอก ภาคภูมิ บอกว่า ไม่ได้พาไป แต่ "มินนี่" บอกว่า พาไป ชี้ให้เห็นว่าข้อเท็จจริงไม่ตรงกัน อีกทั้งภาพเอกสารคำชี้แจงที่นำมาให้กับสื่อมวลชน ก็เชื่อว่ามีการพูดคุยกับทนายความมาก่อนแล้ว

ส่วนรูปที่ตนเองนำมาเปิดเผยกับสื่อมวลชน ยืนยันว่า ไม่ได้มาจากตำรวจ PCT แต่มาจากสื่อบางสำนัก ที่มีการเปิดเผยภาพข่าวนี้มาก่อน และเป้าประสงค์ก็แค่ต้องการตั้งคำถามกับ "ผู้จัดการดารา" ในภาพว่า รู้จักกับ "มินนี่" หรือไม่เท่านั้น ยืนยันว่าไม่รู้สึกหนักใจหากจะถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย รวมถึงหาก ทนายอนันต์ชัย จะฟ้องดำเนินคดีกับตนเอง ก็พร้อมจะสู้ตามกระบวนการยุติธรรม

ส่วนเรื่องที่คาใจอยู่หลายวัน ว่าตกลงแล้วหมายค้นบ้าน "บิ๊กโจ๊ก" มีปัญหา หรือไม่มีปัญหากันแน่ เพราะ "บิ๊กโจ๊ก" บอกว่า อาจมีการหลอกลวงศาล ให้ข้อเท็จจริงที่ไม่ครบถ้วน หากศาลทราบมาก่อนว่าบ้านที่จะค้นเป็นบ้านของตนเอง ก็อาจไม่ออกหมายค้นให้ 

ศาลอาญาได้ทำข่าวแจกสื่อมวลชน อธิบายเรื่องการออกหมายค้นว่า ผู้ร้องสามารถขอศาลออกหมายค้นที่รโหฐานได้ โดยไม่จำเป็นต้องคำนึงว่าจะเป็นบ้านพักบุคคลสำคัญ หรือบ้านของข้าราชการระดับสูง เป็นผู้ครอบครอง หรืออยู่อาศัย เพียงแต่ต้องเบิกความให้ชัดเจนว่าเป็นบ้านของบุคคลใด โดยไม่มีการปิดบังข้อมูลเพื่อให้ศาลใช้ในการพิจารณาอย่างรอบคอบ ว่ามีเหตุในการออกหมายค้นหรือไม่ เพราะหากได้ข้อมูลไม่ครบถ้วนก็จะเสี่ยงกระทบสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานได้ ส่วนกรณีที่ว่าจะมีการปิดบังข้อเท็จจริงต่อศาลตามที่มีการนำเสนอข่าวหรือไม่ จะมีการตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง