เจ้าของร้านบุหรี่ไฟฟ้า ย่านสมุทรปราการ ร้องสื่อ หลังถูกกลุ่มบุคคลอ้างตัวเป็นนักข่าว ชุดปฏิบัติการพิเศษเฉพาะกิจของตำรวจ ขู่ขายบัตรการกุศล และให้จ่ายค่าดูแล ลั่น ถ้าไม่จ่าย จะให้ตำรวจมาปิดร้าน เพราะเป็นนักข่าวของตำรวจ ซ้ำขู่ผู้เสียหาย ระบุ "พี่สั่งปิดมาหลายร้านแล้ว"
เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา วันที่ 29 กันยายน 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ จังหวัดสมุทรปราการ รับแจ้งจาก กลุ่มบุคคลที่อ้างว่าเป็นนักข่าว สื่อออนไลน์สำนักหนึ่ง ซึ่งอยู่จังหวัดนครปฐม ว่าสื่อออนไลน์สำนักดังกล่าว ได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามี ร้านขายบุหรี่ไฟฟ้า เปิดขายบริเวณท้ายซอยวัดด่านสำโรง ตำบลสำโรงเหนือ จังหวัดสมุทรปราการ ทางทีมงานจึงเดินทางมาตรวจสอบที่ร้านดังกล่าว โดยทางทีมงานได้เข้าตรวจสอบพบว่ามีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า จริง จึงได้ประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ แต่ทางร้านดังกล่าวนั้น ไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปภายในร้าน ทีมงานจึงได้ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน
จากการสอบถาม กลุ่มบุคคลที่อ้างว่าเป็นนักข่าว ซึ่งไม่บอกชื่อนามสกุล เผยว่า ทางทีมงานของตนเองได้รับการร้องเรียนเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าในเขตของภาค 1 ซึ่งได้รับการร้องเรียนไปหลายรอบแล้ว จากการขายให้กับเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งตามกฎหมายบุหรี่ไฟฟ้ามีความผิดตามกฎหมายอยู่แล้ว แต่ท้องที่ก็ยังมีการปล่อยให้มีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่ ตนเองกับทีมงานจึงลงพื้นที่มาตรวจสอบดู พร้อมกับประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ให้มาดำเนินการจับกุม และดำเนินการกวาดล้าง โดยตอนที่ตนเองมาถึงก็เจอคนดูร้าน ซึ่งตนเองก็อยากจะเจอตัวเจ้าของร้าน เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนว่าเป็นผู้มีอิทธิพล และอยากให้มาคุยกันตามที่มีคนร้องเรียน โดยในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการนั้นตนเองได้รับร้องเรียนหลายเรื่อง ส่วนที่ร้านดังกล่าว ตนเองก็โทรประสาน ผกก.สำโรงเหนือ ให้ส่งเจ้าหน้าที่มาดำเนินการ
โดยที่ กลุ่มบุคคลที่อ้างว่าเป็นนักข่าวได้เดินทางมาที่ สภ.สำโรงเหนือ เพื่อนำหลักฐานภาพที่มีการขายบุหรี่ไฟฟ้า มาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน แต่ทันที่ที่ลงมาจากโรงพัก ก็มีพบกับ นักข่าวประจำจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งมารอสอบถามเรื่องการเข้าตรวจสอบครั้งนี้ หลังจากที่นักข่าวประจำจังหวัดสมุทรปราการ ได้การร้องเรียนจากคนขายบุหรี่ไฟฟ้า ว่ามีการข่มขู่ เพื่อไม่ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาบุกร้าน โดยทันที่ที่ ทีมข่าวดังกล่าว เจอนักข่าวที่มาดักรอ ได้บอกว่า มาถ่ายตนเองทำไม ทำไม่ไปถ่ายร้านบุหรี่ไฟฟ้า ก่อนได้รีบขึ้นรถขับออกไปทันที
จากการสอบถาม นายเอ คนดูแลร้าน เล่าว่า ทางกลุ่มบุคคลที่อ้างว่าเป็นนักข่าว มาที่ร้าน และมาเจอคนดูแลร้าน กลุ่มบุคคลที่อ้างว่าเป็นนักข่าวจึงให้คนดูแลร้านโทรศัพท์หาตนเอง และ บอกว่าตนเองมีเรื่องร้องเรียน เรื่องมีอิทธิพล ตนเองก็เลยมาตรวจสอบมาดูที่ร้าน ซึ่งตนเองเจอลักษณะอย่างนี้มาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรกให้ตนเองร่วมซื้อบัตรการกุศล โดยคนที่มาก็แสดงบัตรให้ดูซึ่งเกี่ยวกับอาชีพนักข่าว แต่ครั้งนั้นตนเองก็ไม่ได้ซื้อ จึงมีคำพูดต่อมาว่า ร้านตนเองผิดกฎหมาย เขาสามารถสั่งให้ตำรวจมาปิดได้เลย ซึ่งเคยสั่งปิดมาเยอะแล้ว แต่ตนเองก็ยังไม่ซื้อ เพราะตนเองยังไม่ทราบว่ามันคืออะไร
ต่อมา ครั้งที่ 2 นั้น กลุ่มบุคคลที่อ้างว่าเป็นนักข่าว เข้ามาบอกตรงๆเลย ว่าถ้าตนเองไม่ร่วม หรือ ไม่ดูแลเขาจะเอาตำรวจมาปิด แต่เขาก็ไม่พูดถึงราคาที่ต้องจ่าย แต่ในรอบแรก ราคาบัตรการกุศล นั้นใบละ 3,000 หรือ 2,800 บาท ตนเองจำไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่ที่มาคุยจะบอกว่าต้องจับต้องปิด แต่ถามว่ามันผิดไหม ตนเองยอมรับว่ามันผิด เพราะตนเองแอบขาย แต่ถ้าตนเองผิด เป็นภัยสังคมก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ต่อมา ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แต่ตนเองก็ไม่เคยให้ไป แต่ 3 ครั้งนี้จะเปลี่ยนคนมาไม่ใช่คนเดิม แต่เป็นอ้างว่าเป็นนักข่าวหน่วยงานเดิม โดยที่เขาแสดงให้เห็นว่าเป็นนักข่าวสังกัดนี้ แต่ครั้งนี้เขาบอกเป็น ชุดปฏิบัติการพิเศษเฉพาะกิจของหน่วยงานนี้ มาตรวจสอบตามเรื่องร้องเรียน ตนเองขอดูเรื่องร้องเรียนก็ไม่มี ขอชื่อ ตำแหน่ง ก็ไม่มี โดยเรื่องดังกล่าวนั้นผิดตนเองก็ยอมรับผิด ให้ดำเนินคดีไป
โดยก่อนหน้านี้ เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ก็มีการเข้าตรวจค้นร้านบุหรี่ไฟฟ้า จาก นักข่าวจากสื่อออนไลน์ เช่นกัน ใน พื้นที่อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งมาในลักษณะเดียวกัน โดยจากการสอบถาม คนดูแลร้าน เล่าว่า เขามากัน 2 คน ถามว่าใช่ร้านของคนชื่อนี้ไหม เพราะอีก 10 สาขา ได้รวบไปหมดแล้ว ถ้าเป็นชื่อนี้จะได้รวบไปหมดเลย 11 สาขา โดยทางเขามาจาก สำนักข่าวลพบุรี มาจาก นักข่าวของตำรวจเลย และ ร้านตนเองไม่ใช่ร้านคนชื่อดังกล่าว ตนเองจึงต่อสายให้คุยกับเจ้าของร้าน ซึ่งก็มีการพูดคุยกันแต่ตนเองก็ไม่ทราบว่าคุยอะไรกันบ้าง แต่จากการสังเกตุตนเองเห็นว่าคล้ายกับคราวแรกที่มาขายบัตรการกุศลให้ 2,200 บาท ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินออกจากร้านไป แต่ยังมีการให้ช่วยชื้อพระบอกมาจากตำรวจในราคา 2,500 บาท "ถ้าไม่ซื้อของที่เราขายมันผิดกฎหมายพวกพี่เล่นได้นะ "