สนามข่าว 7 สี - ในส่วนคดีลูกน้องของบิ๊กโจ๊กก็ต้องรอตามต่อว่าจะไปจบที่จุดไหน แต่สิ่งนึงที่เรียกได้ว่าย้อนเข้าตัวบิ๊กโจ๊กแล้วเต็ม ๆ คือคำพูด เมื่อพูดออกมาแล้วคำพูดย่อมเป็นนาย โดยเฉพาะประเด็นที่บอกว่ากุมข้อมูลลับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไว้ หากแฉออกมาตายกันทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ งานนี้ประชาชนก็ตั้งคำถามว่า ตำรวจมีข้อมูลตำรวจทำผิด แต่ไม่จับกุมไม่ทำอะไร แบบนี้ก็ได้เหรอ
เรามาแกะคำพูดของบิ๊กโจ๊กอีกที ให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อวันที่ 27 กันยายน บิ๊กโจ๊ก บอกว่า "ผมไม่อยากทุบหม้อข้าวของตัวเอง อยากให้ตำรวจที่ไม่เกี่ยวมีทางเดินบ้าง ถ้าผมเปิดเมื่อไหร่ ทุบหม้อข้าวเมื่อไหร่ ก็ตายกันทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผมก็สงสารผู้กำกับจะอยู่กันอย่างลำบาก จึงไม่ขอเปิดรายละเอียดทั้งหมด"
แต่เมื่อวาน (2 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเรื่องแฉที่บิ๊กโจ๊กบอกจะตายกันทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทนายเตรียมแฉวันที่ 5 ตุลาคมนี้ บิ๊กโจ๊กบอกแฉอะไรผมไม่รู้เรื่อง
บิ๊กโจ๊กให้สัมภาษณ์แบบนี้ พูดแบบนี้ เกิดเป็นคำถามทันที บิ๊กโจ๊กมีข้อมูลมีหลักฐานอะไรอยู่ในมือ ที่เตรียมจะแฉสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วทำไมถ้าเปิด ถ้าทุบหม้อข้าวแล้วจะตายทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เท่ากับว่าเรื่องที่ตำรวจหมกเม็ดอยู่เป็นเรื่องใหญ่ แล้วมันเรื่องอะไร ที่สำคัญบิ๊กโจ๊กรู้ข้อมูล มีหลักฐาน แล้วทำไมไม่ดำเนินคดีตามกฎหมาย หรือเพราะเห็นว่าเป็นตำรวจ ทำผิดก็ถือว่าไม่ผิด ปิดตาข้างหนึ่ง ทำไม่รู้ไม่เห็น แล้วถ้าเป็นประชาชน ตาสีตาสา จะได้รับการมองข้ามความผิดแบบนี้หรือไม่ หรือตำรวจใช้กฎหมายคนละฉบับกับประชาชน
ผู้การแต้ม พลตำรวจตรี วิชัย สังข์ประไพ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ให้ความเห็นเรื่องนี้ว่า เรื่องทั้งหมดทั้งมวลความผิดพลาดอยู่ที่คำพูดของบิ๊กโจ๊ก เข้าใจว่าสถานการณ์ตอนที่กำลังชิงเก้าอี้ ผบ.ตร. ทุกคนก็อยากได้ตำแหน่ง พอนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งช้า ก็ยิ่งแตกแยก ผู้ท้าชิงยิ่งทิ่มแทง เพื่อให้ได้ตำแหน่งมา แต่เมื่อแต่งตั้งเรียบร้อย ก็ไม่มีใครจะมาปลดบิ๊กต่อได้ คนที่แพ้ก็ต้องยอมรับว่าแพ้ เมื่อแพ้ไม่ทำงานก็ยิ่งแพ้ไปอีก บิ๊กต่ออยู่แค่ปีเดียว หากยืนคนละฝั่งกับ ผบ.ตร. ทำผิดพลาดอะไรมา มีคดีเก่า ๆ เขาเอาถึงตายได้เลย
และผู้การแต้มก็ให้สัมภาษณ์กับสนามข่าว 7 สี อย่างมั่นอกมั่นใจว่า บิ๊กเซอร์ไพรส์ที่บอกไว้ไม่มีแล้ว ตอนนี้ลูบหน้าลูบหลังกันไปมา กราบกันไปกราบกันมาก็จบแล้ว
แต่สิ่งที่ไม่จบแน่นอนคือคำพูดของบิ๊กโจ๊กที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน 27 กันยายน บอกมีข้อมูลจะทุบหม้อข้าว มาวันที่ 3 ตุลาคม บอกไม่รู้เรื่องแล้ว งานนี้ผู้การแต้มในฐานะรุ่นพี่ต้องสวนมวยรุ่นน้องกันหน่อย แนะว่าสิ่งที่บิ๊กโจ๊กพูดมันไม่มีผลดี มีแต่จะทำให้บิ๊กโจ๊กมีปัญหา เพราะการที่พูดแสดงว่ามันต้องมีเหตุ แล้วเมื่อมีเหตุแต่ไม่แฉประชาชนจะมองอย่างไร อันนี้แค่ความรู้สึกประชาชน ผู้การแต้มบอกว่ายังมีข้อกฎหมายอีก ตำรวจรู้ว่ามีการกระทำความผิดแต่ไม่ดำเนินการจะโดนละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
เช่นเดียวกับนักอาชญาวิทยา มองว่า การที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่จะออกมาแฉสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนตายไปข้างหนึ่งนั้น ประชาชนไม่ได้ต้องการรู้แค่ว่าจะแฉใคร แต่ประชาชนกำลังอยากรู้ว่ายังสามารถเชื่อถือตำรวจได้อีกหรือไม่ เพราะการที่มีหลักฐานว่ามีคนกระทำความผิด แม้จะเป็นตำรวจด้วยกันเอง แต่กลับนิ่งเฉย แล้วประชาชนจะเชื่อมั่นจะศรัทธา จะฝากชีวิตไว้ได้อย่างไร
นักอาชญาวิทยา แนะนำว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องตั้งคนนอกร่วมตรวจสอบกรณีที่ตำรวจ 8 นาย ลูกน้องบิ๊กโจ๊กเอี่ยวการฟอกเงิน เว็บฯ พนันออนไลน์ และเรื่องคดีกำนันนก ที่มีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าไม่มีการช่วยเหลือกัน และมีการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา
อีกประเด็นที่บิ๊กโจ๊กบอกว่า ไม่อยากทุบหม้อข้าวตัวเอง เพราะสงสารน้อง ๆ ผู้กำกับจะอยู่อย่างลำบาก ประชาชนหันหน้าถามกันเลย ลำบากยังไง ผู้กำกับมีอะไร บางคนมองไปถึงเรื่องการซื้อเก้าอี้ โรงพักเกรดเอ เกรดบี สรุปแล้วเข้าไปประจำสถานีเพื่อดูแลประชาชน หรือไปทำอะไรกันแน่ นักอาชญวิทยาบอกว่า ต้องตรวจสอบว่าที่บิ๊กโจ๊กพูดจริงหรือไม่จริง แต่พูดมาแล้วแสดงว่าต้องมีมูล