สนามข่าว 7 สี - เหตุที่สยามพารากอน เมื่อเย็นวานนี้ หลายฝ่ายแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเหตุที่เกิดกับครอบครัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
หลายฝ่ายแสดงความเสียใจเหตุ สยามพารากอน
หลังเหตุการณ์หลายฝ่ายแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งจากทางสยามพารากอน กลุ่มเครือห้างสรรพสินค้า กลุ่มองค์กรต่าง ๆ อย่าง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. นอกจากแสดงความเสียใจแล้ว ยังขอให้สังคมหยุดเผยแพร่อัตลักษณ์ และข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กผู้ก่อเหตุและครอบครัว เพราะอาจนำไปสู่การตีตรา และสร้างความเกลียดชังในสังคม โดยไม่ได้คำนึงถึงสิทธิตามรัฐธรรมนูญปี 2560 รวมถึงขัดต่อหลักอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก และกฎหมายคุ้มครองเด็ก
สั่งยกระดับดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ขั้นสูงสุด
รวมถึงนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เล่าถึงการไปติดตามการทำงานของตำรวจ ก่อนไปเยี่ยมให้กำลังใจผู้บาดเจ็บและครอบครัวที่โรงพยาบาล พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข และตำรวจ หาสาเหตุ และมาตรการป้องกันต่อเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าว
นายกฯ เศรษฐา ยังแสดงความเสียใจต่อความสูญเสีย และแสดงความห่วงใยไปยังครอบครัวนักท่องเที่ยวชาวจีนที่บาดเจ็บและเสียชีวิตผ่านกับ นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย
โดยเอกอัครราชทูตฯ ได้ขอบคุณต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ไทยที่ไม่ได้นิ่งนอนใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ทางจีนขอให้ไทยมีมาตรการที่ชัดเจน เพื่อทางสถานทูตจะช่วยสื่อสารข่าวสารต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อไม่ให้กระทบการท่องเที่ยว โดยรัฐบาลไทยจะดำเนินการมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุด เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทุกคน
กต. แถลงด่วน สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว
ด้านกระทรวงการต่างประเทศ ก็ออกแถลงการณ์ที่แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ พร้อมประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูตของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ รวมถึงหารือกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อเสริมมาตรการป้องกัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวต่อไป
และตอนนี้ คุณปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดแถลงชี้แจงเรื่องนี้เพื่อสร้างความมั่นใจในการรักษาความปลอดภัย
ด้าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สั่งการให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เร่งให้การช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวเป็นคดีอุจฉกรรจ์ สะเทือนขวัญสาธารณชน สามารถจ่ายสูงสุดรวม 200,000 บาท ส่วนกรณีบาดเจ็บ มีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาล ไม่เกิน 40,000 บาท, ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพ ร่างกายและจิตใจ ไม่เกิน 20,000 บาท, ค่าขาดประโยชน์ตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ไม่เกิน 1 ปี, ค่าตอบแทนความเสียหายอื่น ไม่เกิน 50,000 บาท
โดยการจ่ายค่าตอบแทนขึ้นอยู่กับดุลพินิจในการพิจารณาของคณะกรรมการ โดยช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ชาวไทย และชาวต่างชาติอย่างเท่าเทียมกัน