ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ศูนย์การค้าสยามพารากอน ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย ให้นักท่องเที่ยว และประชาชน คุมเข้มมีจุดสแกนทุกประตูเข้า-ออก ด้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รุดเยี่ยมผู้บาดเจ็บ พร้อมให้การช่วยเหลือเยียวยาสิทธิประโยชน์ที่พึงได้ ไปติดตามกับคุณทัศนีย์ ลาสันเทียะ รายงานสดจากสยามพารากอน
ศูนย์การค้าสยามพารากอน กลับมาเปิดให้บริการตามปกติแล้ว บรรยากาศพบว่าลูกค้าชาวไทยและต่างชาติค่อนข้างบางตาเดินทางไม่เหมือนเดิม ส่วนทางศูนย์การค้าเองขอเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณประตูทางเข้าออกอย่างเข้มงวด
บรรยากาศที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ตั้งช่วงเช้าที่เปิดให้บริการ ก็พบว่ามีผู้ประกอบการร้านค้า ร้านเช่า และพนักงานเดินทางมาทำงานกันตามปกติ ส่วนลูกค้าชาวไทย และต่างชาติ ก็เดินทางมาเลือกซื้อสินค้าและรับประทานอาหาร ใช้บริการศูนย์การค้ากันตามปกติตลอดทั้งวัน
โดยที่บริเวณประตูทางเข้า-ออก ทุกประตู ได้มีการติดตั้งเครื่องตรวจจับโลหะ สแกนโลหะ แบบเดินผ่าน และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำอยู่ 1-2 คน คอยตรวจค้นกระเป๋าประชาชนที่เดินเข้ามาในศูนย์การค้า
ส่วนที่ร้านเฟอร์นิเจอร์ชั้น 3 เป็นจุดที่เจ้าหน้าที่พบตัวผู้ก่อเหตุ บริเวณโดยรอบของร้านมีการติดเทปกั้นเขต ห้ามไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปด้านในร้าน ขณะที่ทางร้านปิดให้บริการอย่างน้อย 1 วัน เนื่องจากอยู่ระหว่างการซ่อม และเปลี่ยนกระจกที่แตกจากปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่เมื่อวานนี้ โดยมีเจ้าของร้านและพนักงานของร้าน รวมถึง รปภ. คอยดูแลความเรียบร้อยและขอความร่วมมือไม่ให้บันทึกภาพภายในร้าน
ขณะที่ชั้น G เป็นชั้นที่มีร้านค้า ร้านอาหาร พบประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมารับประทานอาหาร และเลือกซื้อของกันตามปกติ
และเมื่อเช้าที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนนำดอกไม้มาวาง ที่บริเวณประตูทางเข้าศูนย์การค้าฝั่งติดถนนพระราม 1 เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้มาเก็บดอกไม้ไปแล้ว โดยทางศูนย์การค้าให้เหตุผลว่า ไม่อยากให้ประชาชนที่เดินทางมายังเกิดความโศกเศร้าเสียใจอยู่ ถ้าเห็นดอกไม้วางอยู่ก็จะยังนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานนี้ และอยากให้การใช้ชีวิตดำเนินไปอย่างปกติที่สุด
และเมื่อสักครู่นี้เอง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้เคราะห์ร้าย ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์สะเทือนขวัญเมื่อเย็นวานนี้ พร้อมกล่าวแสดงความเสียใจ และส่งกำลังใจไปยังครอบครัวผู้เคราะห์ร้ายทุกราย ทันทีที่ทราบข่าวได้สั่งการให้สำนักงานประกันสังคม รีบตรวจสอบผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บว่าเป็นผู้ประกันตนหรือไม่ เพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยาสิทธิประโยชน์พึงได้ ซึ่งหากพบว่าเป็นผู้ประกันตนตามกฎหมายประกันสังคมก็จะได้รับเงินสงเคราะห์ รวมทั้งสั่งการให้กรมการจัดหางาน เร่งตรวจสอบผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นชาวต่างชาติ หากพบว่าเป็นแรงงานถูกกฎหมาย ให้ดูแลเรื่องการเยียวยาและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายแรงงาน โดยขอให้เชื่อมั่นว่าผู้เสียหายทุกคนจะได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม ตามหลักสิทธิมนุษยชน และสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย