เซ่นปมอัลฟา 6 เปิดคำอำลา ผู้ว่าฯตรัง ยืนยันไม่เคยด่างพร้อย พร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในศาลปกครอง

เซ่นปมอัลฟา 6 เปิดคำอำลา ผู้ว่าฯตรัง ยืนยันไม่เคยด่างพร้อย พร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในศาลปกครอง

View icon 2.5K
วันที่ 5 ต.ค. 2566 | 18.11 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ต้องมลทินเพราะจัดซื้อ อัลฟา 6 ต้องลาออกก่อนเกษียณ เปิดคำกล่าวอำลา ผู้ว่าฯตรัง ยืนยันตลอด 40 ปี ไม่เคยด่างพร้อย ตั้งใจไปรับราชการใน จ. ยะลา พื้นที่อันตรายเสี่ยงภัย  พร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในศาลปกครอง ซึ่งอาจใช้เวลาเกินกว่า 1 ปี

เปิดคำกล่าวอำลาตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด ของนายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ซึ่งระบุข้อความว่า พี่น้องชาว จ.ตรัง และท่านหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดตรัง คงแปลกใจที่ผม นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้เขียนคำอำลาจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ทั้ง ๆ ที่ผมยังมีอายุราชการอยู่อีก 1 ปี

ผมขอเรียนว่า ในช่วงทำงานอยู่ที่ จ.ยะลา ในตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด สำนักงานจังหวัดยะลา เมื่อปี พ.ศ.2551 ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้แต่งตั้งให้ผมเป็นประธานกรรมการจัดซื้อเครื่องตรวจหาวัตถุระเบิด อัลฟา 6  จำนวน 2 ชุด เพื่อมอบให้หน่วยงานความมั่นคง จ.ยะลา ไปใช้ในการปฏิบัติงาน

เนื่องจากเกิดสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จ.ยะลา มีการวางระเบิดทำร้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐ พระภิกษุสงฆ์ และประชาชนอยู่บ่อยครั้ง รวมทั้งศาลากลางจังหวัดยะลาก็ถูกวางระเบิดถึง 2 ครั้ง ทำให้รัฐต้องจ่ายเงินเยียวยาให้แก่ผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา จึงได้เสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการความมั่นคง จ.ยะลา พิจารณาสนับสนุนเครื่องมือตรวจหาวัตถุระเบิดแบบพกพา เพื่อใช้ในการปฏิบัติงาน เช่นเดียวกับหน่วยงานฝ่ายทหาร ตำรวจ ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานอื่น ๆ ซึ่งได้จัดซื้อเครื่องมือดังกล่าวมาใช้ในการปฏิบัติงานอยู่ในเวลานั้น

ในปี 2554 ผมและข้าราชการจังหวัดยะลา รวมทั้งส่วนราชการต่าง ๆ ที่จัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. สอบสวนกรณีมีการร้องเรียนว่าเครื่องมือตรวจหาวัตถุระเบิดใช้งานไม่ได้ โดยมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนรวม 3 ชุด ซึ่งปรากฏตามข่าวในหนังสือพิมพ์ และคณะอนุกรรมการไต่สวน 2 ชุดแรกได้เสนอความเห็นต่อ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า หน่วยงานและข้าราชการได้จัดซื้อเครื่องมือดังกล่าวมาใช้ใน การป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ไม่มีเจตนากระทำความผิด

และจากการตรวจสอบเอกสารการจัดซื้อเครื่องตรวจหาวัตถุระเบิดของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ รวมถึง จ.ยะลา ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ส่งรายงานความเห็นไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ ป.ป.ช. ว่า เป็นกรณีที่บริษัทผู้ขายได้หลอกลวงส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อเครื่องตรวจหาวัตถุระเบิด มิได้มีการทุจริตแต่อย่างใด

ในปี 2555 จ.ยะลาได้แจ้งความดำเนินคดีบริษัทผู้ขายเครื่องมือตรวจหาวัตถุระเบิด และศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วว่า บริษัทผู้ขายเครื่องมือตรวจหาวัตถุระเบิดได้ฉ้อโกง จ.ยะลา ตามฟ้อง ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่ผู้ซื้อ คือ จ.ยะลา และได้ปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแสดงให้คู่สัญญาทราบ และให้คืนเงินแก่ จ.ยะลา

ในปี 2564 ซึ่งระยะเวลาการไต่สวนได้ผ่านมาแล้ว 10 ปี คณะกรรมการไต่สวน ชุดที่ 3 ได้มีความเห็นว่า หัวหน้าส่วนราชการและข้าราชการหลายหน่วยงานที่จัดซื้อเครื่องตรวจหาวัตถุระเบิดดังกล่าว กระทำความผิดทางอาญาและวินัยในการจัดซื้อเครื่องตรวจหาวัตถุระเบิด โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ใช้หลักฐานการทดสอบเครื่องมือดังกล่าวของศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (ศทอ.) กระทรวงวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นการทดสอบภายหลังจากที่จังหวัดยะลาได้ใช้งานเครื่องมือดังกล่าวไปแล้วหลายปี

ในระหว่างการใช้เครื่องมือดังกล่าวไม่ปรากฏว่า มีหน่วยงานใดรายงานว่าเครื่องมือตรวจหาวัตถุระเบิดดังกล่าวใช้งานไม่ได้ นอกจากนั้น เครื่องมือดังกล่าวได้ผ่านพ้นระยะเวลาการรับประกันการใช้งานตามสัญญาแล้วตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535

ในส่วนของผมและข้าราชการที่ถูกกล่าวหานั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยร้ายแรง โดยให้ลงโทษปลดออกหรือไล่ออก ซึ่งข้าราชการที่ถูกกล่าวหาและลงโทษครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการระดับล่างและระดับกลาง และตามกฎหมาย ป.ป.ช. ได้กำหนดให้ผู้บังคับบัญชาต้องมีคำสั่งลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามที่ ป.ป.ช. ได้ชี้มูลความผิด โดยให้หน่วยงานต้นสังกัดใช้สำนวนไต่สวน ข้อเท็จจริงของ ป.ป.ช. มาใช้ในการลงโทษ และไม่ต้องดำเนินการสอบสวน ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมแต่อย่างใด ดังนั้น ผมจึงต้องไปพิสูจน์ความบริสุทธิในชั้นศาลปกครองต่อไป ซึ่งอาจใช้ระยะเวลาเกินกว่า 1 ปี และจะทำให้ผมไม่สามารถกลับมารับราชการได้อีก

ในท้ายที่สุด แม้ว่าผมจะกระทำความผิดตามข้อกล่าวหาหรือไม่ก็ตาม ผมจึงต้องปฏิบัติตามระบบและขั้นตอน กระบวนการตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ทั้งที่ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี ที่ผมรับราชการมา ผมไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยในการกระทำการทุจริตในการปฏิบัติหน้าที่ราชการแต่อย่างใด มีแต่เจตนาและความตั้งใจที่จะปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชน และได้สมัครใจไปปฏิบัติงานที่จังหวัดยะลาซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยที่มีการก่อเหตุร้าย และความรุนแรงอย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้ว

โอกาสนี้ ผมขอขอบคุณท่านหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ หัวหน้าหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่ได้ให้ความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานของรัฐบาล กระทรวง และ จ.ตรัง อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดผลสัมฤทธิ์จนเป็นที่ประจักษ์และได้รับการยอมรับจากภาคส่วนต่าง ๆ ในวงกว้าง และจังหวัดตรังได้รับรางวัลต่าง ๆ ในระดับประเทศ ระดับภาคในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่พี่น้องประชาชน จ.ตรัง และขอขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวตรังทุกท่านที่ให้ความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานต่าง ๆ ของ จ.ตรัง จนบรรลุผลสำเร็จ มา ณ โอกาสนี้ด้วย

กรณีการลาออกของผู้ว่าฯ ตรัง สืบเนื่องจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 พิพากษาจำคุก 4 ปี นายขจรศักดิ์ ขณะดำรงตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดยะลา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง