ข่าวภาคค่ำ - วิกฤตฝุ่นหมอกควันไฟป่า ในภาคเหนือ เป็นวาระแห่งชาติ ที่ต้องช่วยกันระดมสรรพกำลังแก้ไข เพื่อลดความเดือดร้อน อันตรายต่อสุขภาพของประชาชน
เฮลิคอปเตอร์ บินเข้าไปตักน้ำ จากแม่น้ำลำคลอง ไปเทน้ำดับไฟป่า ในพื้นที่ภูเขาสูงชันบนเทือกเขาที่เดินเท้าเข้าไปไม่ถึง เพื่อคลี่คลายวิกฤตหมอกควันไฟป่าในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ยังไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้น ฝุ่นควันมลพิษยังปกคลุมหนา
ทุกฝ่ายระดมสรรพกำลัง ระดมรถน้ำไปฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อช่วยลดปริมาณฝุ่น PM2.5 ในอากาศ ให้บรรเทาเบาบางลงไปในพื้นที่ชุมชนตัวเมืองแม่ฮ่องสอน
นอกจากนี้ ทางเทศบาลฯ ได้ส่งรถน้ำไปฉีดพ่นละอองบริเวณโบราณสถาน วัดจองคำ จองกลาง แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของแม่ฮ่องสอน
ขณะที่ ประชาชนทั่วไปก็ต้องอาศัยอยู่แต่ในบ้าน และหาหน้ากากอนามัย หน้ากากกันฝุ่นมาสวมใส่ เวลาที่จำเป็นต้องออกไปนอกบ้าน และหยุดงดกิจกรรมกลางแจ้ง
สำหรับสถานการณ์ที่เชียงใหม่ จมฝุ่น PM2.5 มานานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว ยังไม่แนวโน้มคลี่คลาย รายงานค่าฝุ่นพุ่งสูงสุดที่ ต.ทุ่งข้าวพวง อ.เชียงดาว ระดับสีแดง 742 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ขณะที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ยกระดับมาตรการ เร่งแก้ปัญหาฝุ่นควันไฟป่า ซึ่งขณะนี้ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนบน ได้จัดเครื่องบินฝนหลวงจำนวน 5 ลำ ปฏิบัติการแก้ไขปัญหา และเพิ่มความเข้มงวด ดำเนินคดีกับผู้ลักลอบเผาป่า ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ยืนยันจัดเทศกาลสงกรานต์เชียงใหม่ และเปิดให้นักท่องเที่ยวเล่นน้ำอย่างแน่นอน