ขยี้ข่าวใหญ่ : กราดยิงสยามพารากอน ยังขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ X

View icon 126
วันที่ 6 ต.ค. 2566 | 11.11 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - ต้องเรียกว่าร้อนแรงไม่แผ่วในสังคมไทย และนับวันความเดือดดาลอาจจะหนักขึ้นด้วย โดยสิ่งที่สังคมเรียกร้องกันมาตั้งแต่วันแรก ๆ จนถึงวันนี้ผ่านเหตุโศกนาฏกรรมกราดยิงที่สยามพารากอน มาแล้ว 3 วัน ก็ยังไม่ได้รับการตอบสนอง คือการแสดงความรับผิดชอบของพ่อแม่ เด็กชายอายุ 14 ปี ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากพ่อแม่เด็กถึงนายจ้างชาวเมียนมา ที่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุแล้วว่า ขอเวลาทำใจ แล้วจะไปขอขมาในภายหลัง

กราดยิงสยามพารากอน ยังขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ X
กราดยิงสยามพารากอน ยังเป็นแฮชแทกที่ติดอันดับหนึ่งเทรนด์ X มาตั้งแต่วันเกิดเหตุคือวันที่ 3 ตุลาคม จนถึงวันนี้ก็ยังร้อนแรงครองอันดับหนึ่งต่อเนื่อง โดยมุมมองของชาวเน็ตที่ดันให้แฮชแทกนี้ไม่หล่นจากเทรนด์ X เลย ส่วนใหญ่เป็นการแสดงความไม่พอใจต่อพฤติกรรมเลือดเย็น คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปถึง 2 คน ไม่ควรใช้ข้ออ้างอาการป่วย และความเป็นเด็ก มาทำให้พ้นโทษ

ชาวเน็ตยังเรียกร้อง คำขอโทษจากพ่อ-แม่ ผู้ก่อเหตุ
รวมถึงมีการพุ่งเป้าเรียกร้องหาความรับผิดชอบจากพ่อแม่ที่เป็นผู้ปกครองเด็กที่ก่อเหตุสะเทือนขวัญกลางกรุงด้วย และยังมีจำนวนไม่น้อยที่นำรูปภาพพ่อแม่เด็ก มาแชร์เรียกร้องให้ทั้งคู่ออกมาแสดงความเสียใจ ขอโทษต่อเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอย่างเป็นทางการจากทั้งพ่อและแม่ของเด็ก

2 วันในสถานพินิจ ผู้ก่อเหตุเครียด กินน้อย
แต่ในระหว่างการดำเนินคดี ผู้เป็นพ่อ จะอยู่เคียงข้างลูกชายตลอด จนถึงวันที่ขึ้นศาลฯ และศาลฯมีคำสั่งให้ส่งตัวไปสถานพินิจฯ ตั้งแต่สองวันที่แล้ว ซึ่งขณะนั้นผู้ก่อเหตุยังอยู่ในช่วงกักโรคโควิด-19 ก่อน 5 วัน และระหว่างนี้ก็มีทีมแพทย์เข้าประเมินด้านสุขภาพจิตต่อเนื่อง

เพราะหลังจากรับตัวมาในวันแรก เด็กชายคนนี้ ก็พูดจาน้อย ไม่อยากรับประทานอาหาร มีความวิตกกังวล โดยหากผลตรวจชี้ชัดว่า มีปัญหาสุขภาพจิต จะทำรายงานพร้อมแนบความเห็นแพทย์ เสนอต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เพื่อนำไปสู่การรักษาตัวที่ สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

แม่ชาวเมียนมา เหยื่อกราดยิงถึงไทยร่วมงานศพลูก คืนนี้
ขณะที่มื่อวานนี้ที่วัดผาสุกมณีจักร ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี บรรยากาศพิธีสวดพระอภิธรรมศพคืนที่ 2 ของนางสาวโมมิน หรือ น้องตะวัน (ชื่อไทย) ชาวเมียนมาที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์กราดยิงในห้างสยามพารากอน เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา เป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยมีเพื่อนร่วมงานและนายจ้าง ได้ทยอยเดินทางเข้ามาร่วมฟังสวดพระอภิธรรมในคืนที่ 2 แต่ยังไร้เงาของผู้ปกครองเยาวชนที่ก่อเหตุมาร่วมงาน

โดยมีนายทราน ทรี (Mr.THAN HTWE) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาประจำประเทศไทย เดินทางเข้ามาร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมศพ และพูดคุยสอบถามกับนายจ้าง และ นางสาวใหม่ เพื่อนร่วมงานชาวเมียนมา ซึ่งสนิทสนมกับ นางสาวตะวัน ผู้เสียชีวิต นอกจากนั้น ทางมูลนิธิตำรวจสอบสวนกลาง ที่มี พลตำรวจโท จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นประธานมูลนิธิ ได้มอบหมายให้นางวิสุทธินี ชัยชนะ ผู้จัดการมูลนิธิ เดินทางมาเป็นตัวแทนมอบเงินช่วยเหลือให้กับครอบครัวของ นางสาวตะวัน ผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่ง โดยก่อนหน้านี้ทางมูลนิธิได้เดินทางไปมอบเงินช่วยเหลือให้กับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ จำนวน 2 คนมาก่อนแล้ว แล้วเตรียมที่จะไปมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายคนอื่น ๆ เพิ่มเติมต่อไป

ด้านเพื่อนผู้เสียชีวิตให้ข้อมูลตรงกันว่า ทางสถานฑูตติดต่อมาว่า ในวันนี้จะพาแม่ของนางสาวตะวัน เดินทางมาเพื่อร่วมงานศพ โดยสายการบินเมียนมา เที่ยวบิน B737 ถึงกรุงเทพมหานคร เวลา 19.20 น.

พ่อ-แม่มือกราดยิง ขอทำใจก่อน ยังไม่ร่วมงานศพ
ด้านนางดา เจ้าของบริษัท เปิดเผยว่า ส่วนเจ้าภาพในการจัดงานศพนั้น ตนรับเป็นเจ้าภาพจัดงานให้กับ นางสาวตะวัน ไปทุกคืน ซึ่งวันที่ 9 ตุลาคม เวลา 13.00 น.จะจัดพิธีฌาปนกิจศพ ส่วนเรื่องผู้ปกครองของเด็กที่ก่อเหตุนั้น ได้รับการติดต่อมาแล้ว และได้มีการขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทางผู้ปกครองของเด็กที่ก่อเหตุ ยังทำใจไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น จึงยังไม่สะดวกที่จะเดินทางมาร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพของ นางสาวตะวัน

อีกประเด็นที่กำลังเป็นดรามาบนโลกออนไลน์ และอาจขยายมาถึงชีวิตจริง คือ การล้อมคอกคุมปืน และแบลงก์กัน ของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเมื่อวานนี้ออกแอกชันใช้ยาแรง อาทิ งดออกใบอนุญาตสั่งนำเข้าอาวุธปืน และสิ่งเทียมปืน ขึ้นทะเบียนแบลงก์กัน, บีบีกัน และสิ่งเทียมอาวุธปืนทุกชนิด ห้ามผู้อายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าสนามยิงปืน เว้นนักกีฬายิงปืนทีมชาติ, ห้ามนำกระสุนปืนออกจากสนามซ้อม ส่วนอาวุธปืนส่วนราชการ ห้ามเก็บไว้ที่บ้านพัก, งดออกใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน และปืนสวัสดิการออกให้เพียงข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐคนละหนึ่งกระบอกเท่านั้น

ชาวเน็ตเดือด มท. ล้อมคอกสนามยิงปืน อายุต่ำกว่า 20 ปี ห้ามเข้า
เรื่องที่ทำให้ชาวเน็ตบางคนเดือดดาล ก็คือการห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าสนามยิงปืน เว้นนักกีฬายิงปืนทีมชาติ ซึ่งเดิมระเบียบจะกำหนดที่อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ก็เลยทำให้มีผู้ใช้ทวิต X รายหนึ่ง ออกมาแฉเลยว่า สนามยิงปืนหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน หรือ รด. ที่ถูกระบุว่าเป็นสถานที่ซ้อมความแม่นยำก่อนก่อเหตุ ให้เด็ก เยาวชนเข้าไปฝึกซ้อมได้อย่างไร โดยจากภาพก็จะมีครูฝึกคอยประกบอยู่ ใส่ข้อความแบบเวลคัมเลย ระบุ เด็กคืออนาคตของชาติ แต่ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เธอคืออนาคตของเรา สนามยิงปืนเปิดปกติ ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ

เปิดภาพสนามยิงปืน ร.ด. เวลคัมเด็กซ้อมยิงปืน
ขณะที่เจ้าของทวิต X รายหนึ่ง ระบายความรู้สึกไว้ว่า นั่งเถียงกับพ่อ เรื่องอายุต่ำกว่า 20 เข้าไม่ได้ เขาบอกว่าเป็นสมาชิกสนามนี้ตั้งแต่มัธยม จนจบก็ต่ออายุทุกปี ตั้งแต่ ม.4 จนจบมหาวิทยาลัย ก็เข้ามาตั้งแต่เด็กเถียงจนชนะแล้ว มาเจอข่าวสนามบอกต่ำกว่า 20 ปี เข้าสนามไม่ได้ แล้วในรูปนี่ เด็ก แก่หรือไง สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เขาต้องทะเลาะกับพ่อต่ออีก

ก็เป็นอีกหนึ่งมุมมองสำหรับคนที่คิดว่าตัวเองจะได้รับผลกระทบไปด้วย ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ไปร่วมกระทำความผิดอะไรกับใครเลย แต่ภาครัฐก็มีความจำเป็นต้องออกมาตรการที่เข้มข้นมากขึ้น

ส่องช่องโหว่ ซื้อ-ขาย "แบลงก์กัน" ผ่านโซเชียล
แม้ภาครัฐจะยกระดับมาตรการควบคุมและครอบครองอาวุธปืน ปิดช่องโหว่นำเข้าปืน แต่ก็ยังมีช่องทางอื่น ๆ อยู่ดี เพราะจากข้อมูลพบว่าผู้ก่อเหตุสั่งซื้อแบลงก์กัน จากเพจหนึ่งในโซเชียล แสดงว่าของเหล่านี้สามารถเข้าถึงได้ ใครก็ได้ขอให้มีเงิน เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่า การกวาดล้าง ควบคุม อาจยังไม่มีประสิทธิภาพมากเพียงพอ หรือยังมีช่องโหว่อยู่

ทั้งนี้ จากสถิติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบตัวเลขคดีที่ใช้แบลงก์กันก่อเหตุทั่วประเทศ ในปี พ.ศ. 2563 กว่า 200 คดี, ปี 2564 ประมาณ 500 คดี, ปี 2565 กว่า 1,000 คดี และปี 2566 จนถึงปัจจุบัน หรือประมาณ 10 เดือน พบว่ามีคดีที่มีปืนใช้ในการก่อเหตุแล้วกว่า 700 คดี ซึ่งพบว่า อัตราการใช้แบลงก์กันก่อเหตุสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี