เร่งล่าตัวคนร้ายฆ่าอดีตเอกอัครราชทูตฯ

View icon 79
วันที่ 9 ต.ค. 2566 | 05.09 น.
เช้าข่าว 7 สี
แชร์
เช้าข่าว 7 สี - ตำรวจยังคงเร่งติดตามตัวคนร้ายที่บุกแทงอดีตเอกอัคราชทูตไทย ณ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เสียชีวิตภายในบ้านพักซอยวิภาวดีรังสิต 20 เชื่อคนร้ายน่าจะรู้จักกับผู้ตายอย่างดี พอเปิดประตูรับก็ก่อเหตุแทงทันที 

ตำรวจ สน.สุทธิสาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และแพทย์นิติเวชฯ ร่วมกันเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ทาวน์โฮม 3 ชั้น ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในซอยวิภาวดีรังสิต 20 โดยที่ห้องน้ำชั้น 2 พบผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ นายวิชิต ชิตวิมาน อายุ 63 ปี อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก มีกล่องกระดาษสีน้ำตาลปิดร่างกายผู้ตายอยู่ จากการตรวจสอบคาดว่า เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 วัน มีร่องรอยถูกมีดแทงที่หน้าอก 3 แผล

ส่วนมีดที่ใช้ก่อเหตุเป็นมีดทำครัว 2 เล่ม พบว่าถูกนำไปเก็บไว้ที่กล่องไม้เก็บมีดในห้องครัว ในบ้านยังพบว่าถูกรื้อค้นทรัพย์สิน ทั้งที่ชั้น 1 และชั้น 2 จึงเชื่อว่าคนร้ายประสงค์ต่อทรัพย์ และน่าจะมีอย่างน้อย 1 คน

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบรอยกระเซ็นของเลือด ตั้งแต่ประตูบ้านไปจนถึงชั้น 2 คาดว่าผู้เสียชีวิตน่าจะเปิดรับคนร้ายเข้ามาทางประตูหน้า และถูกคนร้ายก็ใช้มีดแทง ผู้ตายพยายามดิ้นรนหลบหนีเข้าไปในห้องน้ำ ก่อนจะเสียชีวิต

ต่อมา ตำรวจได้เชิญเยาวชนชาย อายุ 15 ปี และ 17 ปี พร้อมมารดามาพูดคุย โดยพ่อของเยาวชน เปิดเผยว่า รู้จักกับผู้เสียชีวิต เมื่อ 4 เดือนที่เเล้ว ในฐานะนายจ้าง ตอนเข้าไปรีโนเวทบ้านไม่เคยทราบว่าเป็นใคร หรือ มีตำเเหน่งอะไร ผู้ตายเป็นคนใจดี มักจะซื้ออาหาร เครื่องดื่มให้เสมอ ก่อนหน้านี้ลูกชายก็มาช่วยเเพ็คของตอนจะย้ายบ้าน ไม่เคยพาลูกไปเลี้ยงที่บ้าน เเต่เขาเอ็นดูเด็กหมดทุกคน ทั้งลูกของตน เเละลูกเพื่อนเเละยังหาสถานที่เรียนให้ลูกชาย เเต่เขาไม่เคยควักเงินหรือจ่ายเงินให้กับตน แต่จะจ่ายผ่านตัวเเทน ผู้รับเหมา ยืนยันว่า อยู่กับลูก 24 ชั่วโมง เพราะเป็นคนต่างจังหวัด เพิ่งเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ  ช่วงปลายเดือนกันยายนที่เกิดเหตุ ลูกชายอยู่ด้วยไม่ได้ไปบ้านของผู้ตายอีกเลย

พอทราบข่าว ก็เเต่ไม่ได้ตกใจที่ตำรวจเชิญลูกชายทั้ง 2 คน มาพูดคุยเพราะมั่นใจ ลูกชายไม่เกี่ยวข้องอยู่เเล้ว พ่อของเยาวชน ผู้ตายถือเป็นผู้มีอุปการะคุณของครอบครัว ตั้งใจว่าจะพาลูกชายทั้ง 2 คนไปกราบศพด้วย

พลตำรวจตรี นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวภายในหลังประชุมชุดสืบสวนว่า จากการซักถามญาติ เบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตได้มาอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา และไม่สามารถติดต่อกับผู้ตายได้ ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน โดยวานนี้ช่างรับเหมารีโนเวทบ้านได้เข้ามาพบผู้ตาย แต่กดกริ่งแล้วไม่มีคนมาเปิด จึงไขกุญแจไขเข้าไปพบศพผู้เสียชีวิต ส่วนเยาวชนชายที่เชิญมาให้ข้อมูล ผู้ตายเอ็นดูเหมือนลูก เบื้องต้นยังไม่มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงว่าเยาวชนที่เชิญมา มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด

โดยพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานโดยเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดในบ้านหลังที่เกิดเหตุ ไปขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับ ชายชาวเมียนมา 1 คน โดยพบว่าบุคคลดังกล่าว ได้เข้ามาภายในบ้านของผู้เสียชีวิต ก่อนจะเดินทางออกจากบ้านไปโดยถือถุง 1 ใบ และเรียกรถแท็กซี่ที่บริเวณหน้าหมู่บ้าน ซึ่งขณะนี้ชุดสืบสวนของทุกหน่วยอยู่ระหว่างการไปติดตามจับกุมตัวชายชาวเมียนมาคนดังกล่าวมาดำเนินคดี ซึ่งตำรวจยังไม่ทราบว่าขณะนี้เจ้าตัวยังคงกบดานอยู่ภายในประเทศไทยหรือเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว

ขณะที่ล่าสุดจากการตรวจสอบของชุดสืบสวนพบว่า ผู้ก่อเหตุได้โพสต์ เฟซบุ๊กส่วนตัว มีข้อความว่า "bye bye Thailand" แต่ชุดสืบสวนยังไม่ปักใจเชื่อว่าผู้ก่อเหตุจะเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง