แทบขาดใจ เมียแรงงานไทยรอวันที่สามีเดินทางกลับ หลังไปทำงานอิสราเอล ถูกนายจ้างทิ้งพร้อมเพื่อนคนไทยรวม 5 คน ในหลุมหลบภัย ห่างจุดสู้รบเพียง 10 กม. ขณะที่อาหารเริ่มขาดแคลน รอคิวกลับไทย
จากกรณีเกิดเหตุการณ์สู้รบที่ฉนวนกาซา ทางตอนใต้ประเทศอิสราเอล ซึ่งมีแรงงานไทยเดินทางไปทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค.66 ที่ผ่านมา แม้จะมีแรงงานหลายคนเดินทางกลับถึงบ้านแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่รอการช่วยเหลือ
ล่าสุดวันนี้ (19 ต.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุปัน บุญมาพล นายก อบต.พิมูล พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี สมานมิตร ญาณบุญ ปลัด อบต.พิมูล พร้อมคณะลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจและมอบเครื่องอุปโภคบริโภค ให้นางชาลินี อายุ 37 ปี ภรรยานายวิไล แรงงานไทยที่ไปทำงานในประเทศอิสราเอล และถูกนายจ้างทิ้งพร้อมเพื่อนคนไทยอีก 4 คน โดยก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้ประสานงานไปที่สำนักปลัดกระทรวงแรงงาน เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือในการเดินทางกลับ และแจ้งสิทธิประโยชน์ให้แก่นายวิไลและครอบครัวทราบแล้ว
นางชาลินี กล่าวว่า สามีไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลได้ 4 ปีแล้ว โดยไปทำงานในฟาร์มเกษตร จ่ายค่าเดินทางประมาณ 150,000 บาท รายได้เดือนละ 30,000-50,000 บาท มีสัญญากับนายจ้าง 5 ปี 3 เดือน แต่ที่ทำงานอยู่ห่างจากจุดสู้รบประมาณ 10 กม. หลังจากเกิดเหตุการณ์ไม่สงบ นายจ้างได้หนีไปตั้งแต่เกิดเหตุวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา ปล่อยให้สามีและเพื่อนคนงานไทยอีก 4 คน ซ่อนตัวอยู่ในหลุมหลบภัยภายในบ้านนายจ้าง ออกไปไหนก็ไม่ได้ เพราะกลัวจะได้รับอันตราย ขณะที่มีเสียงยิงขีปนาวุธของทั้ง 2 ฝ่ายดังทั้งกลางวันกลางคืน อาหารที่ตุนไว้ก็เริ่มขาดแคลน ยังดีที่ติดต่อสถานทูตได้ ซึ่งสามีและเพื่อนคนงานจะโทร.ถามสถานทูตตลอด เพื่อขอเดินทางกลับประเทศไทย แต่เจ้าหน้าที่บอกให้รอก่อน จึงยังไม่รู้ว่าวันไหนจะได้เดินทางกลับ
นางชาลินี กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุ 10 กว่าวันที่ผ่านมา ตนแทบกินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะเป็นห่วงสามี ก็หาโอกาสโทรศัพท์และวิดีโอคอลถามข่าวกันเป็นประจำ แต่เป็นช่วงเวลาสั้นๆ เพราะสถานการณ์ที่ประเทศอิสราเอลยังรุนแรง จะคุยนานไม่ได้ กลัวกลุ่มฮามาสจะจับสัญญาณโทรศัพท์ได้และบุกเข้ามายิง ก่อนนอนก็ได้แต่จุดธูปวิงวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ช่วยคุ้มครองให้สามีปลอดภัย และได้คิวเดินทางกลับประเทศไทยในเร็ววัน
ทั้งนี้ นางชาลินี ได้วีดีโอคอลกับนายวิไล ซึ่งพบว่าปลอดภัย ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด และได้ติดต่อกับทางสถานทูตไทยตลอด โดยสถานทูตไทยแจ้งว่ากำลังดำเนินการให้การช่วยเหลือตามลำดับ ซึ่งนางชาลินี ได้ขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยเหลือ และให้กำลังใจตลอด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อมูลของสำนักงานจัดหางาน จ.กาฬสินธุ์ มีแรงงานไทยใน จ.กาฬสินธุ์ เดินทางไปทำงานในประเทศอิสราเอลทั้งหมด 230 คน เสียชีวิต 1 คน คือนายสมควร พันธ์สะอาด อายุ 39 ปี และล่าสุดมีแรงงานไทยชาว จ.กาฬสินธุ์เดินทางกลับมาแล้ว 6 คน