ศิริกัญญา ชวนคิดแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต อาจจะถึงทางตัน?

ศิริกัญญา ชวนคิดแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต อาจจะถึงทางตัน?

View icon 251
วันที่ 23 ต.ค. 2566 | 13.45 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ดิจิทัลวอลเล็ต กู้ ธ.ออมสินก็ไม่ได้ เจียดงบฯ ก็ไม่ไหว ส่วนทางเลือก ออก พ.ร.ก.กู้เงินแบบยุคโควิด ก็อาจไม่ได้ เพราะไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนตาม รธน. “ไหม ศิริกัญญา” ชวนคิดนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต อาจจะถึงทางตัน?

หรือว่า ดิจิทัล วอลเล็ตจะถึงทางตัน? วันนี้ (23 ต.ค.66) น.ส. ศิริกัญญา ตันสกุล สส. บัญชีรายชือ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า ธนาคารออมสินที่ยืนหนึ่งเป็นแหล่งที่มาของงบฯ ที่จะใช้สำหรับ ดิจิทัล วอลเล็ต 5.6 แสนล้าน อาจจะใช้ไม่ได้เสียแล้ว ไม่ใช่แค่ว่าออมสินมีสภาพคล่องไม่พอ แต่เป็นเรื่องข้อจำกัดของกฎหมายที่ไม่อนุญาตให้ออมสินปล่อยกู้ให้รัฐบาลได้

น.ส.ศิริกัญญา ระบุว่า ตามมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.ออมสิน กำหนดวัตถุประสงค์เอาไว้ว่าให้ทำกิจการใดบ้าง ซึ่งก็เหมือนกับธนาคารพาณิชย์ รับฝากเงิน ปล่อยกู้ ซื้อขายพันธบัตร ลงทุน ไม่มีข้อไหนที่ให้รัฐบาลกู้เงินได้ แต่หากจะทำกิจการอื่น ต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ซึ่งเมื่อไปดูใน พ.ร.ฎ. กำหนดกิจการพึงเป็นงานธนาคาร ระบุกิจการไว้ 13 ข้อ ลงรายละเอียด ไปจนถึงธุรกิจเงินตราต่างประเทศ การออกบัตรเครดิต ที่ปรึกษาการเงิน แต่ก็ไม่มีข้อไหนเลยที่เข้าข่ายจะตีความว่านำเงินให้รัฐบาลกู้ยืมได้ ถ้าไม่เชื่อลองถามกฤษฎีกาดูก็ได้

65361712f22640.87163257.jpg

“ความหวังที่จะใช้เงินออมสินมาเป็นแหล่งเงินของโครงการดิจิทัล วอลเล็ต ก็คงต้องจบลงแค่นี้ ยกเว้นแต่ว่าจะมีการแก้กฎหมาย ซึ่งใช่ว่าจะทำไม่ได้เสียทีเดียว แต่ก็ไม่ควรทำ สมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ทำรัฐประหารใหม่ๆ ก็เคยออกคำสั่ง คสช. แก้ พ.ร.บ.กสทช. ว่าด้วยวัตถุประสงค์ กองทุนวิจัยและพัฒนา ของ กสทช. ให้เพิ่มว่ากองทุนสามารถให้กระทรวงการคลังกู้ยืมเงินได้ ซึ่งต่อมากระทรวงการคลังก็มากู้ไปจริงๆ 14,300 ล้านบาท ที่ตลกก็คือ มีการออกคำสั่ง คสช.อีกฉบับ เพื่อแก้ พ.ร.บ.กลับไปเป็นเหมือนเดิม พร้อมยกหนี้หมื่นล้านนี้ให้กระทรวงการคลัง ก็ต้องมาวัดใจกันดูว่าจะถึงขั้นแก้กฎหมายเพื่อให้รัฐสามารถกู้เงินออมสินได้หรือไม่”

แจกเงินดิจิทัล น.ส.ศิริกัญญา ระบุด้วยว่า ถ้าไม่แก้กฎหมาย เหลือทางเลือกอะไรอยู่บ้าง เหลือแค่ใช้เงินงบประมาณ กับออก พ.ร.ก.กู้เงิน เหมือนช่วงโควิด อัปเดตข้อมูลงบฯ ปี 67 ที่ปรับปรุงใหม่ ถึงจะขยายงบฯ เป็น 3.48 ล้านล้าน แต่ก็ต้องจ่ายหนี้เพิ่ม ลงทุนเพิ่มตามไปด้วย เมื่อหักรายจ่ายที่ยังไงก็ต้องจ่าย ทั้งเงินเดือนสวัสดิการบุคลากรภาครัฐ งบใช้หนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย เงินชดใช้เงินคงคลัง งบฯ ท้องถิ่น และสวัสดิการตามกฎหมาย

653617205d2165.43793831.jpg

งบฯ ที่เหลือมาจัดสรรใหม่ได้จริงเพิ่มมาเป็น 476,000 ล้าน ก็จริง แต่ขอย้ำว่านี่คือรายจ่ายประจำที่ต้องแชร์กับพรรคร่วมรัฐบาล 20 กระทรวง ถ้าใช้หมดก็หมายความว่า แต่ละกระทรวงได้เงินแค่พอจ่ายเงินเดือน กับงบฯลงทุน โครงการอื่นๆ ไม่ต้องทำกันแล้ว จะตั้งกองทุน soft power ก็ไม่ได้ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเพิ่มงบฯไม่ได้ เท่ากับว่าทางเลือกนี้ก็คงเป็นไปไม่ได้เหมือนเดิม หรือจะให้ผู้ประกอบการเก็บเหรียญดิจิทัลไว้ ยังไม่ให้แลกคืน รออีกสักปี 2 ปี ให้มีงบประมาณพอ ก็อาจเป็นอีกทางเลือก แต่ก็เสี่ยงที่จะทำให้ไม่มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการ

“ทางเลือกสุดท้าย คือออกเป็น พ.ร.ก.เงินกู้แบบที่ทำช่วงโควิด ก็จะถือเป็นการฆ่าตัวตายทางการเมืองชัดๆ ซึ่งก็ทำไม่ได้อีกเพราะไม่ได้มีความจำเป็นเร่งด่วนตามรัฐธรรมนูญ น่าคิด ว่าอาจจะถึงทางตันจริงๆ “