หลักฐานมัดแน่น ศาลอาญาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต มือปืน-แก๊งยิงทนายมานพ คนดังเมืองระยอง อดีตว่าที่ผู้สมัคร สส. เพื่อไทย พี่สาวลั่นแม้จะได้รับความเป็นธรรม แต่ยังเดินหน้าหาตัวผู้จ้างวานฆ่า
วันนี้ (24 ต.ค.66) ที่ห้องพิจารณา 902 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีฆ่าทนายดัง อดีตว่าที่ผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย ที่อัยการเป็นโจทก์ น.ส.ธิษณามดี เสถียรเขตต์ ภรรยาของผู้เสียชีวิตเป็นโจทก์ร่วม ฟ้องนายนิติพนธ์ ฉ่ำชื่น นายปิติ นิชรัตน์ และนายเสถียร บุญกล้า เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พ.ร.บ.อาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง
คดีนี้เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 ส.ค. 65 เวลากลางคืน จำเลยที่ 1-2 ได้ร่วมกันมีอาวุธปืนขนาด .38 ซึ่งเป็นของจำเลยที่ 3 ไปยิงนายมานพ เสถียรเขตต์ จำนวน 3 นัด จนนายมานพถึงแก่ความตาย ภายในปั๊มน้ำมันของผู้ตาย ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.บ้านค่าย อ.บ้านค่าย จ.ระยอง
ศาลพิเคราะห์ว่า คดีนี้พยานโจทก์เบิกความเป็นลำดับขั้นตอน สอดคล้องกันโดยไม่มีพิรุธ และไม่มีเหตุให้ระแวงสงสัยว่าจะปรักปรำ ขณะที่จำเลยที่2 ให้การรับสารภาพโดยสมัครใจ และซัดทอดจำเลยที่1 มีส่วนในการวางแผน เช่น การเข้าพักที่รีสอร์ตห้องเดียวกัน พาไปดูสถานที่ก่อเหตุ ทั้งนี้ภาพจากกล้องวงจรปิดหลายจุด เห็นว่าหลังจากจำเลยที่ 2 ก่อเหตุฆ่านายมานพแล้ว ได้ทิ้งรถจักรยานยนต์และไปขึ้นรถยนต์ของจำเลยที่ 1 การช่วยเหลือ หรืออำนวยความสะดวก จึงมีความผิดฐานสนับสนุนฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
สำหรับจำเลยที่ 3 มีชื่อเป็นผู้ซื้อปืนและครอบครองปืน แม้จะอ้างว่าไปให้บุตรชายป้องกันตัว และได้ฝากให้ภรรยาเก็บรักษาปืนไว้ โดยที่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับอาวุธปืน ซึ่งคำเบิกความของจำเลยที่ 3 มีน้ำหนักน้อย เชื่อว่าจำเลยที่ 3 นำอาวุธปืนไปมอบให้จำเลยที่ 2 ใช้ยิงผู้ตาย จำเลยที่3 จึงมีความผิดฐานสนับสนุนฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนด้วย
ศาลพิพากษาว่า จำเลยที่1-3 มีความผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษจำคุกตลอด และให้จำเลยทั้ง 3 ร่วมกันชดใช้แก่โจทก์ร่วม จำนวน 2 ล้านบาท บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปีนับแต่วันที่ละเมิด
ด้านนางศัณนีย์ เจริญศึกษา พี่สาวของทนายมานพ เปิดเผยว่า ผลคำพิพากษาถึงแม้จะได้รับความเป็นธรรม แต่ไม่สามารถชดเชยการเสียชีวิตของน้องชายได้ ดังนั้นครอบครัวจะเดินหน้าเพื่อหาความจริงว่าใครเป็นผู้จ้างวาน ซึ่งขณะนี้ คดียังคงอยู่ที่กองบังคับการปราบปราม และอยากจะฝากไปถึงกระทรวงมหาดไทย ขอให้ตรวจสอบผู้มีอิทธิพลในจังหวัดระยอง ยอมรับว่า กลัวกับภัยที่จะคุกคามถึงชีวิต เพราะเกิดครั้งเดียว ตายครั้งเดียว จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบหาข้อเท็จจริงในพื้นที่ จ.ระยอง