วันนี้ (17 มี.ค. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหาจำนวน 1 ราย คือ นางสาวธัญญา อายุ 29 ปี
โดยกล่าวหาว่าเป็น บุคคลตามหมายจับ จำนวน 8 หมายจับ ดังนี้
1. ตามหมายจับศาลจังหวัดนครสวรรค์ ที่ 224/2565 ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2565
2. ตามหมายจับศาลแขวงชลบุรี ที่ 717/2565 ลงวันที่ 18 ตุลาคม 2565
3. ตามหมายจับศาลแขวงชลบุรี ที่ 718/2566 ลงวันที่ 20 เมษายน 2566
4. ตามหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ 350/2567 ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2567
5. ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ143/2566 ลงวันที่ 1 กันยายน 2566
6. ตามหมายจับศาลจังหวัดปัตตานี ที่ จ112/2566 ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566
7. ตามหมายจับศาลจังหวัดกระบี่ ที่ 284/2565 ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2565
8. ตามหมายจับศาลแขวงชลบุรี ที่ 717/2565 ลงวันที่ 18 ตุลาคม 2565
ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน, ความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และความผิดเกี่ยวกับการเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้ มีเจตนาใช้เพื่อตนฯ หรือ บัญชีม้า
โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณหน้าบ้านพักหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.หนองรี อ.เมือง จ.ชลบุรี
ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชลบุรีสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบมาอาศัยบ้านพักหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.หนองรี อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ละวางแผนออกเดินทางไปตรวจสอบ
เมื่อไปถึงสถานที่จับกุม พบนางสาวธัญญา จากการตรวจสอบปรากฎว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับจริง และไม่เคยถูกจับตามหมายจับนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ทั้งนี้ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ว่าได้กระทำความผิดจริง และได้รับว่าจ้างทำการเปิดบัญชีเพื่อหลอกลวงเหยื่อในการฉ้อโกงออนไลน์จริง
จากการตรวจสอบพบว่า มียอดความเสียหาย จากการเปิดบัญชีม้า ของนางสาวธัญญา มากกว่า 1.5 ล้านบาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชลบุรีจึงนำตัวนางสาวธัญญา ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ลาดยาว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบถามปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้เปิดบัญชีให้กลุ่ม Scammer จริง โดยเมื่อช่วงประมาณปี 2565
โดยผู้ต้องหาได้รับการว่าจ้างจากกลุ่ม Scammer ให้เปิดบัญชีธนาคารในประเทศไทย โดยให้ผู้ต้องหาทำการเปิดบัญชีธนาคารจำนวน 4 บัญชี และลักลอบข้ามชายแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ ไปยังประเทศกัมพูชาผ่านทาง จ.สระแก้ว
ต่อมาเมื่อบัญชีทั้งหมดถูกอายัด ผู้ต้องหาจึงถูกส่งกลับประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ ผู้ต้องหาซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีม้าดังกล่าวทราบภายหลังว่า บัญชีของตนถูกใช้ในการ กระทำความผิดพบความเสียหายจำนวนหลายล้านบาท
และยังมีคดีอีกจำนวนมาก ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการจนมีผู้เสียหายหลายรายเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์นำมาซึ่งการถูกออกหมายจับ ผู้ต้องหาจึงได้หลบหนี มาพักอาศัยอยู่บ้านของญาติใน จ.ชลบุรี โดยไม่ใช้เครื่องมือสื่อสาร, สื่อโซเชี่ยลและระบบอิเล็กทรอนิกส์เลย