ผลตรวจออกแล้ว เส้นผม "ตา-ยาย" พบสารกล่อมประสาท ประกาศตัดขาดลูก

View icon 107
วันที่ 2 พ.ย. 2566 | 07.01 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - คุณตา คุณยาย กลับไปที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อฟังผลการตรวจสารเคมีในเส้นผมอีกครั้ง ซึ่งผลออกมาระบุว่า คุณตาตรวจไม่พบ คาดว่าผมยาวไม่เพียงพอ ส่วนคุณยายพบว่ามีการใช้ยาแก้ปวดชนิดรุนแรง ในช่วงเวลาที่อยู่กับลูกสาวคนเล็ก

คุณตา อายุ 83 ปี และคุณยาย อายุ 69 ปี สองตายายนี้ เคยเดินทางจากจังหวัดนครราชสีมา มาที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา อ้างว่าถูกลูกสาวคนเล็กที่พาพ่อแม่ไปดูแล ตั้งแต่ปี 2563 แล้วเอายากล่อมประสาทให้กินนานเกือบ 3 ปี จนความจำเลอะเลือน บางครั้งก็มีอาการชักเกร็ง ตาค้าง เกือบจะเสียสติ และลูกสาวคนเล็กก็ล่อลวงไปทำธุรกรรมต่าง ๆ ฮุบสมบัติทุกอย่างไป ทั้งเงินในบัญชี 13 ล้านบาท และที่ดินในอำเภอปากช่อง จำนวนร้อยกว่าไร่ รวม ๆ แล้วมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ก็เลยเป็นสาเหตุที่ต้องนำเส้นผมไปตรวจหาสารเคมีดังกล่าว ว่าถูกวางยาจริงหรือไม่

และในวันนี้ผลตรวจออกมาแล้ว พบว่าในเส้นผมของคุณตาไม่พบสารกลุ่มวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท เนื่องจากเส้นผมที่ส่งตรวจ มีความยาวแค่ 5.2 เซนติเมตร ทำให้ย้อนเวลาตรวจสอบไปได้แค่ 5 เดือน เท่านั้นซึ่งระยะเวลาดังกล่าว เป็นช่วงที่คุณตาออกมาจากบ้านของลูกสาวคนเล็ก มาอยู่กับลูกสาวคนโตและไม่ได้กินยาที่ลูกสาวคนเล็กเตรียมไว้ให้แล้ว

แต่ที่น่าสนใจคือ พบประวัติการใช้ยาแก้ปวดประเภทรุนแรง ที่มีฤทธิ์ความแรงระหว่างยาพาราเซตามอล กับมอร์ฟีน ซึ่งอาการจากการใช้ยาตัวนี้ ตรงกับคำให้การที่บอกว่า มีอาการปากแห้ง, คอแห้ง, ตาค้าง, เบลอ ๆ มึน ๆ และบางครั้งก็มีอาการชักเกร็ง โดยยาตัวนี้แพทย์จะไม่จ่ายให้กับคนไข้ เพราะเมื่อกินคู่กับยาอีกตัวจะมีผลข้างเคียงต่อสารสื่อประสาท นอกจากนี้ยังพบว่า คุณยายได้ใช้ยาตัวนี้มาตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ก็นับเป็นเวลา 1 ปี กับ 2 เดือน

หลังจากนี้ลูกสาวคนโตจะพาพ่อกับแม่นำหลักฐานผลตรวจจากห้องปฏิบัติการไปแจ้งความเพิ่มที่ สภ.ปากช่อง พันตำรวจเอก ฉัตร ณรงค์ ผู้กำกับการ สภ.ปากช่อง จะให้พนักงานสอบสวนตั้งสำนวนการสอบสวนขึ้นมาเป็นอีกคดีหนึ่ง จะไม่นำไปรวมกับสำนวนคดีที่แล้ว เพราะคดีเข้าสู่ชั้นการพิจารณาของอัยการแล้ว และเพื่อให้เกิดความสะดวกต่อการทำงานของพนักงานสอบสวนด้วย

ส่วนทางด้านของลูกสาวคนเล็ก ที่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะถูกกล่าวหาอยู่ฝ่ายเดียว ก็ต้องให้ความเป็นธรรมด้วย เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องยังไม่เคยออกมาโต้ตอบใด ๆ แต่มีรายงานว่าได้เดินทางเข้ามาที่กรุงเทพฯ ซึ่งอาจจะกำลังปรึกษาหารือกับทนายความว่าจะดำเนินการต่ออย่างไร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง