อสส. ส่อรื้อคดีเปรมชัย ถูกกล่าวหารุกที่ป่าภูเรือ จ.เลย

View icon 349
วันที่ 3 พ.ย. 2566 | 07.08 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - ยังจำ 5 เรื่อง ที่อัยการสูงสุดคนก่อน สั่งตั้งคณะกรรมการสอบได้ไหม ช่อง 7HD เกาะติดเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง เพราะการตั้งคณะกรรมสอบนั้น มีโอกาสที่จะมีการกระทำความผิดวินัยร้ายแรงภายในองค์กรอัยการสูงสุด หรือเรียกง่าย ๆ ว่าอาจะมีการช่วยให้ผู้ต้องหาผู้กระทำความผิดพ้นผิด เพื่อแลกกับผลประโยชน์ ล่าสุดมีความคืบหน้ากรณีครอบครัวเจ้าสัวเปรมชัย ถูกกล่าวหาว่ารุกที่ป่าภูเรือ จังหวัดเลย มีรายงานข่าวว่าคณะกรรมการที่สอบมองว่าเข้าว่าอาจผิดวินัยร้ายแรง

เรื่องนี้เกิดจากที่พ่อของเจ้าสัวเปรมชัย ได้มีการซื้อที่ดิน 147 แปลง หรือมากกว่า 6,900 ไร่ ที่จังหวัดเลย โดยมีผู้ใหญ่บ้าน และข้าราชการครูรายหนึ่ง กว้านซื้อที่จากชาวบ้าน และมีการออกเอกสาร น.ส. 3 ก. เมื่อปี 2534

จนกระทั่งปี 2545 ศาลปกครองมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิทั้ง 147 แปลง เนื่องจากเป็นการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ มีการนำเอกสาร ส.ค.1 (ใบแจ้งการครอบครองที่ดินเป็นหลักฐานว่าผู้ครอบครองเป็นผู้แจ้งว่า ตนครอบครองที่ดินแปลงใดอยู่) จากแปลงอื่นมาสวมสิทธิ จนกระทั่งปี 2561 ได้มีการแจ้งข้อหาบุกรุกดำเนินคดีที่ สภ.โคกงาม และ DSI รับเป็นคดีพิเศษ แม้ว่าจะมีการแจ้งข้อหาบุกรุก หรือศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิแล้ว แต่จำเลยยังไม่ออกจากพื้นที่และยังประกอบการเกษตรอย่างต่อเนื่อง

28 กันยายน 2563 กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ได้สรุปสำนวนพร้อม 4 ผู้ต้องหา ประกอบด้วยบริษัทและกรรมการบริหาร 3 คน ส่งกองคดีพิเศษอัยการสูงสุดพิจารณาลงความเห็นส่งฟ้อง ต่อมาวันที่ 30 กันยายน 2564 กองคดีพิเศษอัยการสูงสุด ได้แจ้งกลับมาที่ DSI โดยมีความเห็นไม่สั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 4 จากนั้น 12 พฤศจิกายน DSI โดยอธิบดีฯ ได้มีความเห็นแย้งกลับไปที่กองคดีพิเศษอัยการสูงสุด

โดยให้เหตุผลว่า ในมุมของพนักงานสอบสวนมีความเห็นว่าผู้ต้องหาใช้พื้นที่ป่าโดยมิชอบ แม้มีคำสั่งศาลปกครองในถอนสิทธิการถือครองแล้ว จำเลยยังไม่ยอมออกจากพื้นที่ แต่สุดท้ายคดีนี้ต้องเป็นจบลง เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2565 กองคดีพิเศษอัยการสูงสุด ได้ส่งความเห็นเด็ดขาดไม่สั่งฟ้องกลับมาให้ DSI เท่ากับว่าคดีนี้จบไปในชั้นสอบสวน จำเลยจึงเห็นว่าตนเองไม่ได้กระทำความผิดตามความเห็นของอัยการสูงสุด แต่ก็เกิดคำถามว่าแล้วคำสั่งของศาลปกครองที่สั่งเพิกถอน หน่วยงานในพื้นที่ทำอะไรอยู่ ถึงปล่อยให้มีการรุกป่าต่อเนื่องนับ 10 ปี

เมื่อวานนี้ (3 พ.ย.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้บุกไปถึงสำนักงานอัยการสูงสุด ยื่นเอกสารและขอให้อัยการเปิดเผยผลการสอบสอบสวนที่พบว่ามีเจ้าหน้าที่อัยการสูงสุด ณ ขณะนั้น ไล่ตั้งแต่เจ้าของเรื่อง (เจ้าหน้าที่รับสำนวนจากดีเอสไอ) หัวหน้ากอง รองอธิบดี อธิบดี และอัยการสูงสุด ซึ่งมีความเห็นไม่สั่งฟ้อง มีความผิดวินัยร้ายแรง

นอกจากนี้ยังมีข่าวอีกว่ามีเจ้าหน้าที่ระดับสูงในอัยการสูงสุด จำนวน 3 คน มีความเกี่ยวพันเข้าข่ายอาจจะกระทำความผิดในเรื่องนี้ และที่สำคัญยังเป็นกรรมการบอ์ดของอัยการสูงสุดด้วย งานนนี้เกิดเป็นคำถามส่งเสียงดัง ๆ ไปที่นายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสุด คนปัจจุบัน ว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร จะหวาดบ้านเรียกศรัทธาจากประชาชนกลับมาหรือไม่ เพราะหากปล่อยไว้ไม่มีการชี้แจงจะยิ่งเกิดข้อครหาในสังคม