ข่าวใหญ่ : จับตา 2 เดือน รัฐบาลเศรษฐา

View icon 165
วันที่ 8 พ.ย. 2566 | 11.22 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - ข่าวใหญ่วันนี้ชวนคุณผู้ชมมาทวนความจำกันหน่อย ยังจำกันได้มั้ยว่าตอนหาเสียงเวลา นายกฯ เศรษฐาไปลงพื้นที่ จะมีกองเชียร์ตะโกนว่าอะไร  ที่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาก็เพราะว่า ใกล้ครบสองเดือนในการบริหารประเทศแล้ว รัฐบลทำอะไรไปบ้าง ชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนดีขึ้นอย่างไรหรือไม่ ก็น่าจะมารีวิวกันนิด เพราะวันพรุ่งนี้ นายกฯ เศรษฐา มีคิวแถลงผลงาน 60 วันด้วย

จับตา 2 เดือน รัฐบาลเศรษฐา
หากนับเอาวันที่รัฐบาลเศรษฐา แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เป็นวันแรกของการบริหารงาน ก็จะครบสองเดือนในวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ แต่วันที่ 12 พฤศจิกายนเป็นวันอาทิตย์ วันหยุดราชการ นายกฯ เศรษฐา เลยเตรียมจะแถลงผลงานผ่านรายการพิเศษ Chance of Possibility จากนโยบายสู่การลงมือทำจริง 60 วัน ภายใต้รัฐบาลนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ทุกแพลตฟอร์มของช่อง 11 และเฟซบุ๊กส่วนตัวของท่านนายกฯด้วย

โดยท่านขายของเป็นน้ำจิ้มไว้ว่า จะมีการบอกเล่าว่าตลอด 60 วันที่ผ่านมาทำอะไรไปบ้าง เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนอย่างไร รวมถึงอยากแชร์ความท้าทายในการแก้ปัญหาเร่งด่วนให้กับคนไทย ผ่านนโยบายรัฐบาลทั้งระยะสั้น กลางและยาว เน้น ควิกวิน 3 ประการ คือ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้และขยายโอกาส ยึดหัวใจหลักในการทำงานว่า ต้องกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนให้ดีขึ้น เช้านี้นักข่าวเราเจอท่านนายกฯ ถามให้แล้วว่า เตรียมพูดคุยอะไรบ้าง เกี่ยวกับผลงาน

ย้อนดู 60 วัน รัฐบาลเศรษฐา ทำอะไรไปแล้วบ้าง
ทีนี้เรามาย้อนดูกันหน่อยว่าเกือบสองเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลเศรษฐา มีผลงานอะไรเด่น ๆ บ้าง ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นเรื่องการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับประชาชน ลดราคาน้ำมันดีเซลเหลือ 30 บาท ก่อนเป็นอันดับแรก ควบคู่ไปกับการลดค่าไฟฟ้าเหลือ 3.99 บาทต่อหน่วย ซึ่งทั้งสองแพ็กเกจนี้ ทำคลอดกันออกมาในการประชุมครม.นัดแรกเลย แต่จะหมดอายุสิ้นเดือนธันวาคมนี้

ถัดมาเป็นการแก้เกมกรณีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไปหลุดปากบอกว่า เรื่องค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน จนถูกไล่บี้ ขยี้ว่าแบบนี้ไม่ตรงปก ไม่เป็นไปตามที่เคยหาเสียงไว้กับประชาชนนี่นา สุดท้ายเลยต้องเร่งทำก่อนสองสาย คือ สีแดงกับสีม่วง เริ่มให้บริการราคานี้เมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา แต่ก็เป็นโครงการที่มีวันหมดอายุเหมือนกัน แถมหมดเร็วกว่าการลดราคาน้ำมันดีเซลและค่าไฟฟ้าเสียอีก เพราะจะจบสิ้นเดือนนี้แหละ

ล่าสุดที่เพิ่งมีผลไปคือการลดราคาน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ 91 2.50 บาท และแก๊สโซฮอล์ 95 ไป 1 บาท มีผลเมื่อวานนี้ และจะสิ้นสุดโครงการในวันที่ 31 มกราคมปีหน้า

ขณะที่กระทรวงมหาดไทยก็ไม่น้อยหน้า เสี่ยหนู อนุทิน ชาญวีรกูล สั่งทั้งการไฟฟ้าฯ และการประปาฯช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย ไอ้ที่ยกมิเตอร์ทันทีที่ค้างจ่ายให้เลิกซะที ขอเวลาสักสามเดือนได้มั้ย โดยได้ข้อสรุปไม่ตัดไฟหากค้างจ่ายไม่เกินสามเดือน สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 บาท ส่วนน้ำประปา หลักเกณฑ์อยู่ที่ต้องใช้น้ำไม่เกิน 450 บาทต่อเดือน

ส่วนงานใหญ่ในเชิงนโยบายที่ขายฝันไว้เยอะ ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน โดยเฉพาะเงินดิจิทัล 10,000 บาท ที่เจอโรคเลื่อนมาหลายครั้ง และทำท่าว่ารายละเอียดอาจไม่ตรงปกที่เคยหาเสียงไว้ โดยต้องรอบทสรุปในวันศุกร์นี้ (10 พ.ย.) สำหรับข้าราชการที่รอขึ้นเงินเดือนก็ยังไม่ใช่เร็ว ๆ นี้เหมือนกัน วันนี้เขาจะมีการหารือกันนอกรอบอีกครั้ง

แต่ที่เซอร์ไพรส์มาก ไม่คิดว่ารัฐบาลจะทำ คือ การดึงเอาน้ำตาลทรายกลับไปอยู่ในบัญชีสินค้าควบคุมเป็นเวลาหนึ่งปี เบรกการขึ้นราคาน้ำตาลทรายกิโลกรัมละ 4 บาท แต่จนถึงตอนนี้นโยบายดังกล่าว ยังสร้างความปั่นป่วนให้กับชาวไร่อ้อย ที่ฮึ่ม ๆ ขู่จะปิดโรงงานน้ำตาลทราย โดยความจริงกำหนดเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่ถูกกล่อมซะก่อน ตอนนี้ก็เลยรอดูว่ามาตรการชดเชยจะเพียงพอต่อรายได้ที่หายไป จากการถูกเบรกขึ้นราคาน้ำตาลทรายหรือไม่

ขณะที่เรื่องค่าแรงขั้นต่ำ ก็ดูจะเสียรังวัดไปแล้ว เพราะไม่สามารถปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำเป็น 400 บาทต่อวัน ช่วงปีใหม่ได้ ตามที่ออกมาประกาศไว้ โดยหลังจากนี้รัฐบาลจะมีการแถลงผลงานเรื่องไหนออกมา หลังบริหารประเทศครบสองเดือน แต่ที่แน่ ๆ นายกฯ ชื่อเศรษฐา แล้ว ส่วนคนไทยยังรอเป็นเศรษฐีอยู่

นายกฯ นัดดินเนอร์ หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล ค่ำนี้
โดย 19.00 น. วันนี้นายกฯ นัดดินเนอร์บรรดาหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อให้ช่วยกันสะท้อนการทำงานร่วมกันทั้งการบริหารประเทศ และงานในฝ่ายนิติบัญญัติ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นายกฯ เชิญรับประทานอาหารเย็น ร้านอาหารย่านสาทร เพราะทำงานร่วมกันมาเกือบสองเดือนแล้ว แต่ยังไม่มีเวลาเจอกันเลย โดยเตรียมหารือเกี่ยวกับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ด้วย