ชาดามอบนโยบายกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน ยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ

ชาดามอบนโยบายกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน ยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ

View icon 203
วันที่ 10 พ.ย. 2566 | 17.32 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ขจัดยาเสพติด เป็นวาระแห่งชาติ ชาดามอบนโยบายกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน  กำชับควบคุมอาวุธปืน บัญชีผู้มีอิทธิพล ลงลึกระดับอำเภอ

วันนี้ (10 พ.ย.66) นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย  เดินทางมามอบนโยบายส่วนภูมิภาคประจำปี 2567 ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ลพบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี และชัยนาท โดยนายชาดา ได้ประชุมหารือวงเล็กกับหัวหน้าส่วนราชการของแต่ละจังหวัด พร้อมกำชับเรื่องของการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ก่อนจะพบข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมกำชับว่า ปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากมีความรุนแรงมาก เวลานี้ไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน ที่ต้องช่วย บูรณาการร่วมกันกับทุกภาคส่วนแก้ไขปัญหา

นายชาดา กล่าวว่า ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ต้องให้ความสำคัญกับเด็กวัยรุ่น โดยเฉพาะในยุคโซเชียล ที่อาจได้รับข้อมูลที่ผิด หรือยังไม่ได้รับการกลั่นกรอง จึงต้องคอยสอดส่องดูแล อย่ามองว่าเด็กเหล่านี้เกเร ควรดึงให้เด็กกลุ่มนี้มาช่วยงาน ให้เขามีกิจกรรม ส่งเสริมทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง ที่ได้ทำตัวเป็นประโยชน์กับสังคม" นายชาดา กล่าวและย้ำว่า วันนี้ตนมาเพื่อแก้ไขปัญหา พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น ภายใต้การบูรณาการ ระหว่างทีมมหาดไทย และทีมจังหวัด

“มหาดไทย ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ของประเทศ ถ้าเส้นเลือดดี ร่างกายก็จะดีตาม ใช้การได้ดีเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ดังนั้นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ส่วนท้องถิ่น ควรช่วยกัน ทำงานส่งเสริมซึ่งกันและกัน ผมเคยตั้งปณิธานไว้ว่า ชีวิตที่เหลือนี้เพื่อคนอุทัย แต่ในปัจจุบันผมได้ปรับเปลี่ยน เป็นชีวิตนี้ เพื่อคนไทยและสถาบันหลักของชาติ ผมได้เชิญชวนให้พวกเรา ได้มีความรักต่อสถาบันหลักของประเทศ ไม่ว่าความเป็นชาติไทย ศาสนาทุกศาสนาที่สอนให้พวกเราเป็นคนดีของสังคม และที่สำคัญคือความรักต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ยึดโยงความรัก และความสามัคคีของคนไทยต่อกันไว้”

สำหรับปัญหายาเสพติดในพื้นที่ ต้องมีให้น้อยที่สุด หรือไม่ให้มีเลย ต้องช่วยกันสอดส่อง จับกุม บำบัดรักษา ช่วยกันดูแลอย่างต่อเนื่อง  ส่วนเรื่องอาวุธปืน ไม่ว่าจะมีทะเบียนหรือไม่มี ต้องตรวจตรา และจับกุมอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการขอมีอาวุธปืน ต้องมีการตรวจสอบถึงความจำเป็น และการอนุญาตให้พกพา ต้องควบคุมให้เข้มงวดกว่านี้ ส่วนปัญหาผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ที่ได้ดำเนินการไปแล้วบางส่วน โดยได้ตั้งคณะกรรมการระดับอำเภอขึ้น มีหัวหน้าสถานีตำรวจในพื้นที่ ร่วมกับส่วนราชการ โดยขอให้บูรณาการข้อมูลกัน ให้เกิดข้อมูลกลางเพื่อนำไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป