เดินสายคุย 3 หน่วยงาน ปมร้องเรียน แป้ง นาโหนด

View icon 53
วันที่ 30 พ.ย. 2566 | 11.23 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - ส่วนเรื่องที่ "แป้ง นาโหนด" เคยส่งจดหมายร้องเรียนไปยังศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล รวมถึงที่ขอให้ทนายความที่สนิทกัน ยื่นจดหมายขอความเป็นธรรม วันนี้ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ ก็ได้ไปหารือกับ 3 หน่วยงาน เพื่อดูว่าสิ่งที่ร้องเรียนมาเป็นข้อเท็จจริง หรือไม่ แล้วจะต้องแก้ไขปัญหานี้กันอย่างไร

นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีรัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี จริง ๆ เจ้าตัวบอกว่า จะเรียกว่า นายกองตรี, ว่าที่ร้อยตรี หรือ นาย เฉย ๆ ก็ได้นำหนังสือข้อร้องเรียนของ นายชวลิต ทองด้วง หรือ แป้ง นาโหนด ไปยื่นให้  พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ตรวจสอบใน 3 ประเด็น

ประเด็นแรก เป็นเรื่องที่มีผู้ต้องขัง 393 คน ร่วมลงชื่อว่าถูกตำรวจเรียกรับผลประโยชน์, ประเด็นที่ 2 มีผู้ต้องขังเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช 2 คน ถูกเจ้าหน้าที่ในเรือนจำทำร้ายร่างกาย ซึ่งเรื่องนี้เคยถูกส่งมาที่กระทรวงยุติธรรม แล้วครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อเดือนมีนาคม แต่ยังไม่มีการตรวจสอบ เพราะเป็นช่วงที่กำลังจะมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่การทำงาน และประเด็นที่ 3 เรื่องที่เรือนจำกลางพัทลุง จำหน่ายสินค้าราคาแพง ซึ่งเคยมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงไปแล้ว และได้รับรายงานชี้แจงว่า ที่ว่าราคาแพง แพงกว่าราคาท้องตลาดเพียง 1 บาทเท่านั้น

ซึ่งตอนที่ไปยื่นหนังสือ พันตำรวจเอก ทวี ไม่ได้มารับหนังสือด้วยตัวเอง แต่ทราบว่าได้สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งที่เรื่อง แป้ง นาโหนด หลบหนี และที่มีการร้องขอความเป็นธรรมแล้ว โดยจะมีทั้ง DSI, ป.ป.ส. และกรมราชทัณฑ์ ตรวจสอบแต่ละประเด็นที่เกี่ยวข้อง

นายกองตรี ธนกฤต ยืนยันว่า ตนเองไม่ได้มีส่วนได้เสียอะไรกับเรื่องนี้ ไม่ได้รู้จักกับ แป้ง นาโหนด เป็นการส่วนตัว แต่เพราะมีหน้าที่ต้องช่วยเหลือประชาชน จึงต้องนำเรื่องที่มีคนร้องทุกข์ ประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และการทำแบบนี้ก็ไม่ใช่การแทรกแซงกระบวนการใด ๆ ในทางตรงข้าม เชื่อว่าจะช่วยให้ แป้ง นาโหนด ไม่มีข้ออ้าง และยอมเข้ามอบตัว

จากนั้น นายกองตรี ธนกฤต ก็ไปยื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุด เรื่องที่ แป้ง นาโหนด อ้างว่ามีอัยการและผู้บริหารในพื้นที่เรียกรับผลประโยชน์ ทำคดีไม่โปร่งใส สงสัยเรื่องการสอบสวนของตำรวจว่าเป็นไปตามหลักกฎหมายหรือไม่ ต้องการให้อัยการสูงสุดสั่งตรวจสอบ หรือพิจารณาว่าจะสามารถสั่งรื้อฟื้นคดีได้หรือไม่ ซึ่งจริง ๆ แล้ว อัยการสูงสุด สั่งตรวจสอบไปแล้วใน 2 ประเด็น ได้รับแจ้งว่า อัยการจังหวัด ไม่เกี่ยวข้องใด ๆ เชื่อว่าเป็นการยื่นหนังสือโดยมือที่ 3 หรือผู้ไม่หวังดี สอดคล้องกับข้อมูลของแป้ง นาโหนด

ส่วนประเด็นอัยการ "บ." สำนักงานวิชาการฯ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ว่าการสั่งคดีเป็นไปตามพยานหลักฐานหรือไม่ และล่าสุดอัยการสูงสุดมีคำสั่งย้าย อัยการ "บ." มาที่ส่วนกลางก่อน ไม่ได้หมายความว่ามีความผิด แต่เพื่อไม่ให้เกี่ยวข้องกับงานคดี ให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใสให้คำตอบกับสังคมได้