ร้องถูก สส. หลอกคบหา ออกรถให้แต่ไม่ยอมผ่อน

View icon 270
วันที่ 1 ธ.ค. 2566 | 11.31 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - มีเจ้าของร้านขายเสื้อผ้ารายหนึ่ง ร้องขอความช่วยเหลือกับทีมข่าว 7HD ว่าเคยคบหากับ "สส." คนหนึ่ง แล้วถูกหลอกให้ไปออกรถกระบะให้ ซึ่ง สส. คนนี้ก็นำไปใช้ แต่ไป ๆ มา ๆ ไม่ยอมผ่อนต่อ ค้างชำระค่ารถถึง 10 งวด พอทวงถามก็อ้างว่าขายดาวน์ให้กับตนเองแล้ว และแจ้งความไปก็ไม่ช่วยอะไร

ซึ่งก่อนที่ผู้เสียหายรายนี้จะเล่ารายละเอียดให้ทีมข่าว 7HD ฟัง ยังโทรศัพท์ไปยืนยันกับไฟแนนซ์ที่ออกรถ ว่า "สส." คนที่นำรถไปใช้ ไม่ได้ส่งค่างวดรถมานานถึง 10 งวด หรือ ประมาณ 10 เดือนแล้ว ก่อนจะแสดงหลักฐานเป็นข้อความการสนทนาพูดคุยกัน ตลอด 1 ปี ที่มีการคบหากัน หลักฐานการโอนเงินต่าง ๆ เรียกได้ว่า ค่อนข้างชัดเจนว่ามีการโอนเงินให้กับกันจริง ๆ ก่อนจะเล่าให้ฟังว่า

ตนเองกับ "สส." คนนี้คบหากันมาได้ประมาณ 1 ปี ตอนคบหากันต่างฝ่ายต่างก็แสดงตัวว่าไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไรมาก ก็คิดว่าสมน้ำสมเนื้อ พอจะเป็นคู่ชีวิตต่อสู้ไปด้วยกัน มีหยิบยืมเงินกันบ้าง เป็นเรื่องปกติ จากนั้นก็ตกลงกันว่าจะออกรถกระบะคันหนึ่งมาใช้งาน เพราะต่างฝ่ายต่างก็ไม่มีรถ ซึ่งตอนที่ออกรถตนเองเป็นคนเซ็นสัญญา เป็นคนวางเงินก้อน และผ่อนจ่ายไป 3-4 เดือนแรก กระทั่งอีกฝ่ายเริ่มลงสมัครเลือกตั้งเป็น สส. ก็หว่านล้อมขอนำรถไปใช้ แล้วขอให้เซ็นสัญญาบางอย่าง อ้างว่าหากถูกตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน หากเจออะไรผิดปกติ ตนจะได้ไม่ถูกหางเลขไปด้วย หากเลือกตั้งเสร็จจะรีบหาเงินก้อนมาปิดค่างวดรถทันที ก็มีการเซ็นเอกสารนั้นไป เข้าใจว่าเป็นเอกสารเกี่ยวกับการตรวจสอบ

จนกระทั่งผ่านการเลือกตั้งไป ไม่ได้คุยกับอีกฝ่าย เริ่มกังวลใจว่ารถที่นำไปใช้ จะเอาไปทำอะไรไม่ดีหรือเปล่า ก็เลยทวงถามไป "สส." กลับได้คำตอบว่า ตนเองเซ็นขายดาวน์รถคันนั้นให้แล้ว ก็ถึงกับงง ระหว่างนั้นก็ทวงถามอยู่เรื่อย ๆ แล้วก็ตัดสินใจเข้าแจ้งความ เคยไปร้องขอความช่วยเหลือกองปราบฯ กับศูนย์ดำรงธรรม ก็ได้ทั้งคำแนะนำ และมีคนช่วยติดตามตัวอีกฝ่ายมาคุย แต่ปรากฏว่า "สส." คนนี้กลับบอกคำเดียวว่า "เดี๋ยวไปคุยกันในศาล" จนล่าสุดเดือดร้อน ไฟแนนซ์ตามมาทวงค่างวดรถ เพราะค้างส่งไปนานถึง 10 เดือน ถามคำเดียว หากคิดว่าขายดาวน์ให้ไปแล้ว ทำไมไม่ผ่อนต่อ ทำไมยังเป็นชื่อตนเองต้องรับกรรมแทน

ทีมข่าว 7HD ได้พยายามติดต่อไปสอบถามข้อเท็จจริงกับ "สส." คนที่ถูกพาดพิงแล้ว เจ้าตัวยืนยันว่า เรื่องทั้งหมดที่ถูกร้องเรียน มีหลักฐานชี้แจงได้ และได้ให้ทนายความไปดำเนินการทางกฎหมายแล้ว รายละเอียดจะชัดเจนอีกครั้งหลังวันที่ 15 ธันวาคมนี้

ส่วนเรื่องที่เรานำเสนอข่าวไปเมื่อวาน ว่ามีคนมาร้องเรียนเรื่องที่ถูกหญิงสาวคนหนึ่ง นามสกุลเดียวกับนักการเมืองชื่อดัง หลอกลงทุนซื้อขายกระเป๋าแบรนด์เนมมือสอง แลกกับส่วนแบ่ง 6-7% แต่สุดท้ายมารู้ว่ากระเป๋าที่ว่านั้นไม่มีอยู่จริง ก็มีตำรวจติดต่อมาขอรายละเอียดทางคดี ไปดูแล้วว่าทำไมคดีนี้ถึงไม่คืบหน้า

ส่วนที่เรามองว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องใหญ่ ที่ผู้เสียหายบอกว่าถูกอายัดบัญชีธนาคารตามไปด้วย เพราะมีผู้เสียหายคนอื่นแจ้งความอายัดบัญชี คนที่เส้นทางการเงินเชื่อมโยงมาถึง ชี้แจงหน่วยงานไหนก็โยนกันไปกันมา ว่าไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของตนเอง เดี๋ยววันนี้ทีมข่าวจะไปสอบถามกับทางตำรวจไซเบอร์ ว่ากรณีแบบนี้เป็นช่องโหว่ทางกฎหมายหรือไม่ แล้วควรทำอย่างไร

ส่วนใครที่กำลังเดือดร้อนเรื่องไหนก็แล้วแต่ สามารถร้องเรียด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ด ที่เราขึ้นไว้ข้าง ๆ นี้ เพื่อจะได้ช่วยติดตามความเดือดร้อนต่าง ๆ ให้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง