กฎหมายคุ้มครองสุจริตชน! อธิบดีอัยการ สคช. เผย อธ.อัยการภาค 6 สั่งไม่ฟ้อง เจ้าของร้านทอง ยิงโจรปล้นทองดับ ปี 65 ชี้ ป้องกันตัวสมควรแก่เหตุ
จากเหตุการณ์คนร้าย 4 คน บุกปล้นร้านทองที่ จ.ตาก ใช้ปืนยิงใส่ร้านและใช้เลื่อยตัดโครงเหล็ก เพื่อชิงทอง แต่ถูกเจ้าของร้านทองใช้ปืนยิงขึ้นฟ้า ทำให้คนร้ายทั้ง 4 คน วิ่งหลบหนีออกจากร้านทอง โดยคนร้าย 2 คนแรกได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกไป ส่วนคนร้ายอีก 2 คนซึ่งนั่งมากับรถจักรยานยนต์อีกคันหนึ่ง สตาร์ทรถไม่ติด ในระหว่างที่สตาร์ทรถนั้น 1 ในคนร้ายได้ยิงปืนมาทางร้านทอง จากนั้นก็วิ่งหนีไป เหลือแต่คนร้ายที่ยังสตาร์ทรถไม่ติดคนเดียว ซึ่งถูกเจ้าของร้านทองยิง ก่อนวิ่งหนีไป และล้มลงเสียชีวิตห่างจากรถจักรยานยนต์ประมาณ 10 เมตร เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.65 และต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับคนร้ายได้ 1 คนนั้น
ล่าสุด วันนี้ (10 ธ.ค.66) นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี (สคช.) เผยว่า คดีนี้อัยการจังหวัดตาก และอธิบดีอัยการสำนักงานภาค 6 มีคำสั่งไม่ฟ้องเจ้าของร้านทอง ข้อหาฆ่าผู้อื่นฯ เพราะเห็นว่าเป็นการใช้กฎหมายในการคุ้มครองประชาชน คุ้มครองสุจริตชน และสังคม
ตนในฐานะอธิบดีอัยการคุ้มครองสิทธิ์และช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน มองเห็นปัญหาสำคัญสำหรับประชาชน สุจริตชน ที่ไม่รู้กฎหมาย อาจไม่เข้าใจถึงขอบเขตว่าควรป้องกันตนอย่างไรตามที่กฎหมายบัญญัติ จึงจะถือว่าไม่เป็นความผิดตามกฏหมาย ขอย้ำว่าป้องกันสมควรแก่เหตุไม่ผิดกฎหมาย แต่เหตุการณ์หลายครั้งที่เกิดขึ้น มีการป้องกันตนเกินสมควรกว่าเหตุก็จะถูกแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีอาญา ซึ่งเวลายื่นฟ้องมักจะถูกฟ้องในข้อหาฆ่าผู้อื่น หรือข้อหาทำร้ายร่างกาย เท่าที่จำได้ไม่ปรากฏว่ามีการบรรยายฟ้องไปถึงการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ
คดีนี้อัยการสั่งไม่ฟ้องเจ้าของร้านทอง เพราะป้องกันตนสมควรแก่เหตุ ภยันตรายยังไม่หลุดพ้นไป จึงไม่เป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นฯ โดยอัยการเคยสั่งไม่ฟ้อง กรณีที่ผู้เสียหายใช้สิทธิ์ป้องกันตัวโดยสมควรแก่เหตุมาแล้วหลายคดี
ตนได้สอบถามไปยัง นายณรงค์ พิกุลทอง อัยการจังหวัดตาก เล่าให้ฟังว่า คดีนี้ได้ตั้งคณะทำงาน และรายงานเป็นคดีสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจ เป็นอาชญากรรมที่อุกอาจ ดำเนินคดีกับคนร้ายปล้นร้านทอง และสั่งไม่ฟ้องเจ้าของร้านทอง ซึ่งใช้สิทธิ์ป้องกันตนพอสมควรแก่เหตุ เจ้าของร้านทองจึงไม่ผิดฐานฆ่าคนร้ายตาย เสนอสำนวนให้อธิบดีอัยการสำนักงานภาค 6 มีคำสั่งไม่ฟ้องเจ้าของร้านทอง ซึ่งเห็นชอบตามอัยการจังหวัดและคณะทำงาน มีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง
ทั้งนี้ คำสั่งไม่ฟ้องเจ้าของร้านทองที่ป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของตนพอสมควรแก่เหตุนั้น เพราะภยันตรายยังไม่ผ่านพ้นไป ย่อมเป็นคดีตัวอย่างให้เห็นถึงหลักประกันของความยุติธรรม ที่อัยการจะพิจารณาให้ความยุติธรรมคุ้มครองสิทธิ์ประชาชน คุ้มครองสุจริตชน และรักษากฎหมายให้มีประสิทธิภาพดำเนินคดีกับคนร้าย คุ้มครองสุจริตชนที่สามารถป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของตนเองได้
ซึ่งอัยการจะตรวจพยานหลักฐานในสำนวนโดยละเอียดละเอียด คดีนี้เจ้าของร้านทองได้รับประโยชน์จากภาพจากกล้องวงจรปิด ที่เป็นวัตถุพยานยืนยันเหตุการณ์ต่างๆ จากภาพที่บันทึกไว้อย่างต่อเนื่อง แม้ยิงคนร้ายตายก็ถือว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายไม่เป็นความผิด กล้องบอกความจริง ความจริงให้ความยุติธรรมเสมอ ประชาชนสุจริตอาจไม่เข้าใจกฎหมายในเรื่องของการป้องกันตัว ในเหตุการณ์จริง ตกใจ กลัว ไม่มีเวลาคิด ก็ขอให้ศึกษาคดีนี้เป็นตัวอย่าง ร้านทองทุกร้าน สุจริตชน ขอให้สนใจศึกษาคดีนี้
และจากเหตุการณ์ที่เจ้าของร้านทองได้เล่าผ่าน Facebook อัยการจะใช้กฎหมายคุ้มครองสิทธิ์ของประชาชนเสมอ ตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ สำนักงานอัยการ ยังให้การคุ้มครองสิทธิ์ประชาชนเหมือนหลักประกันความยุติธรรม โดยมีระเบียบการร้องขอความเป็นธรรม ให้สิทธิ์ประชาชนยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมได้ในทุกระดับ ตั้งแต่อัยการจังหวัด อธิบดีอัยการภาค อัยการสูงสุด และตามระเบียบที่เมื่อประชาชนยื่นคำร้องแล้วอัยการจะต้องปฏิบัติหน้าที่ ตามระเบียบการสั่งคดีร้องขอความเป็นธรรม เพื่อสร้างหลักประกันในการคุ้มครองสุจริตชนโดยสำนักงานอัยการสูงสุดอีกด้วย
หากมีปัญหากฎหมายโปรดปรึกษาอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิ์และช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนใกล้บ้านท่านมีถึงร่วม 120 สาขาทั่วประเทศ หรือโทรสายด่วนอัยการ 1157