สนามข่าว 7 สี - อดีตข้าราชการทหาร 3 คน ไปร้องกับเพจสายไหมต้องรอด ว่าไปกู้เงินนอกระบบกับเจ้าหนี้ในองค์กรเดียวกัน แต่สัญญาเงินกู้ไม่เป็นธรรม กู้ 140,000 ต้องใช้หนี้ 500,000 แถมถูกเจ้าหนี้คนนี้นำสัญญาเงินกู้ที่เขียนเอาเปรียบลูกหนี้ไปฟ้องศาลฯ เดือดร้อนถูกอายัดเงินบำเหน็จ-บำนาญ ทำธุรการทางการเงินไม่ได้ จึงอยากออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม
เมื่อวานนี้มีอดีตข้าราชการทหาร 3 คน เข้าขอความช่วยเหลือกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด หลังถูกเจ้าหนี้นอกระบบหัวหมอ ใช้สัญญากู้ยืมฟ้องต่อศาล เพื่อบังคับให้ใช้หนี้ ทั้ง ๆ ที่ใช้หนี้หมดแล้ว ทำให้ข้าราชการต้องถูกอายัดเงินเดือนและไม่สามารถทำธุรกรรมทางด้านการเงินใด ๆ ได้ คุณผู้ชมอาจจะงง ใช้หนี้หมดแล้ว แล้วทำไมยังถูกศาลฟ้องอีก ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าสัญญาเงินกู้ที่เซ็นยอมรับใช้แท็กติกที่ไม่เป็นธรรมกับลูกหนี้
หนึ่งในกลุ่มผู้เสียหาย เล่าให้ฟังว่าเป็นข้าราชการทหาร ไปกู้หนี้นอกระบบกับเจ้าหนี้คนหนึ่งซึ่งรู้จักกัน โดยกู้เงินมา 140,000 บาท ได้เงินจริง 120,000 บาท เนื่องจากถูกหักค่าดอกเบี้ยล่วงหน้าไปก่อน โดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 15 แต่บังคับให้เซ็นสัญญากู้เงิน 500,000 บาท อ้างว่าเป็นการป้องกันการเบี้ยวหนี้ ตอนนั้นมีความจำเป็นต้องใช้เงินจริง ๆ ก็เลยยอมเซ็น เพราะมั่นใจว่าตัวเองหาเงิน 140,000 มาใช้คืนได้ ไม่เบี้ยวแน่นอน
จากนั้นได้ทยอยใช้หนี้จนหมด แต่เจ้าหนี้กลับไม่ยอมคืนสัญญา และนำสัญญาเงินกู้ไปฟ้องร้องศาลฯ เพื่อบังคับคดีให้ต้องใช้หนี้ แถมยังเลี่ยงถูกจับกุมดำเนินคดี ฐานปล่อยเงินกู้เกินกว่าอัตราดอกเบี้ยที่กฎหมายกำหนด บังคับยึดบัตร ATM และสมุดบัญชีธนาคารของลูกหนี้ทุกคนไว้กับตัวเอง ให้ลูกหนี้จ่ายหนี้ด้วยเงินสด ไม่มีการโอนผ่านบัญชีธนาคาร
ผู้เสียหายยังบอกอีกว่า เจ้าหนี้รายนี้เท่าที่ทราบกันภายใน รู้ช่องทางการปล่อยเงินกู้เป็นอย่างดี เคยถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบและดำเนินคดีเมื่อปี 2562 และยังเคยใช้แท็กติกสัญญาที่ไม่เป็นธรรมแบบนี้ฟ้องลูกหนี้รวมกว่า 800 คดี เป็นเงินกว่า 30 ล้านบาท เรื่องนี้นายเอกภพฯ ยืนยันว่าจะให้การช่วยเหลืออย่างถึงที่สุด
มีคำแนะนำจากสภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ หากอยากเรียกร้องความเป็นธรรม คือให้ผู้เสียหายรวมตัวกันออกมาแสดงความเสียหายกันให้มากที่สุด เพื่อจะเป็นการนำพยานมายืนยัน เพราะหากให้ศาลพิจารณา ศาลก็ต้องยึดเอกสารสัญญาเป็นลำดับแรก ซึ่งหมายความว่าลูกหนี้ก็ต้องใช้หนี้ตามสัญญา แต่หากศาลเห็นว่าพฤติการณ์นี้ส่งผลต่อคนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน พยานบุคคลเหล่านี้ก็อาจจะสามารถหักล้างพยานหลักฐานได้