หนุ่มจีนแอบฉกกระเป๋าหรูของผู้โดยสารคนอื่นบนเครื่องบิน ไม่รู้ตัวว่าผู้เสียหายใส่เครื่องติดตามเอาไว้ แจ้งเจ้าหน้าที่ตามจับได้ทัน ก่อนบินหลบหนีไปกัมพูชา
30 ธันวาคม 2566 จากกรณีที่มีผู้โดยสารชาวไทยท่านหนึ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศแล้วนำกระเป๋าแบรนเนมเก็บไว้บนช่องเก็บสัมภาระเหนือศรีษะ แต่เมื่อจะลงจากเครื่อง พบว่ากระเป๋าหายไป จึงได้ไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่ รปภ.ของ สนามบินสุวรรณภูมิ และแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน
โดยผู้เสียหาย ได้แจ้งว่า ภายในกระเป๋าใส่เครื่องติดตามของหาย (Air Tag)เอาไว้ และจากการเปิดดูตำแหน่งพบว่า อยู่บริเวณซอยกิ่งแก้ว 43
เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฎิบัติการพิเศษท่าอากาศยานไทย จึงไปตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่ามีนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งลงจากเที่ยวบินดังกล่าว และ แจ้งที่พักไว้ตรงตามที่ตำแหน่งของเครื่องติดตามระบุตำแหน่งไว้ ฝ่ายสืบสวนของ ศปพ. จึงตรวจสอบข้อมูลพบว่าบุคคลต้องสงสัยมีกำหนดการจะเดินทางออกนอกประเทศ จึงไปเฝ้าติดตามและแจ้งต่อสายการบินดังกล่าว
จากนนั้นได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด เมื่อผู้ต้องสงสัยเดินทางมาถึงสนามบิน ลงรถของโรงแรมมาที่ อาคารผู้โดยสาร ชั้น 4 ประตู 6 สัญญาณเครื่องติดตามของหาย (Air Tag) ได้ระบุที่ตั้งในบริเวณดังกล่าว ต่อมาทราบว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นชายชาวจีน อายุ 30 ปี กำลังจะเดินทางไปยังกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา พร้อมเพื่อน เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบ แต่ผู้ต้องสงสัยให้การปฏิเสธ จึงทำใบบันทึกจับกุม และ พ.ต.ท.ธนันท์ชัย สืบศรีขจรรัฐ พงส.สภ.ทสภ. ได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้กระทำผิดในข้อหา ลักทรัพย์ในอากาศยานในเวลากลางคืนหรือรับของโจร