สนามข่าว 7 สี - สาวไทยสุดช้ำ ถูกหนุ่มอเมริกันที่เจอกันในแอปฯ หาคู่ หลอกคบ ขายฝันสวยหรู ขอแต่งงานสร้างครอบครัว อ้างตัวเป็นทหารปลดประจำการ สุดท้ายแอบถ่ายคลิปลับโพสต์ลงเว็บเถื่อน ถ้าผู้หญิงคนไหนขอเลิกจะทำร้ายร่างกายทุบตี และนำคลิปไปโพสต์ประจานในแอคเคาท์หลุมต่าง ๆ และไม่เฉพาะหญิงชาวไทย ตำรวจยังพบตระเวนก่อเหตุทั่วเอเชีย
นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พาเหยื่อหญิงสาวชาวไทย 1 ใน 3 ราย ไปพบ พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายโทมัส อายุ 34 ปี ชายชาวอเมริกัน ที่เข้ามาหลอกหญิงสาวหลายรายผ่านแอปฯหาคู่ ส่วนใหญ่เป็นหญิงสาวหน้าตาดี มีหน้าที่การงานดี โดยอ้างว่าตัวเองเป็นทหารปลดประจำการ มีความชื่นชอบสาวเอเชีย อยากสร้างครอบครัวที่อบอุ่นและพาไปอยู่ที่อเมริกา เมื่อเหยื่อหลงเชื่อ ก็จะเดินทางมาหาและไปอยู่ด้วยกัน แอบถ่ายคลิปลับขณะมีเพศสัมพันธ์ โดยที่หญิงสาวไม่รู้ตัว
ขณะเดียวกันเมื่อเหยื่อจับได้และขอเลิก นายโทมัสก็จะใช้กำลังทำร้าย บีบคอ ใช้หมอนปิดหน้า ทำลายข้าวของและขโมยทรัพย์สินแล้วหลบหนีไป ถ้าใครตามเอาเรื่องนายโทมัสจะนำคลิปลับที่ถ่ายไว้ไปโพสต์ประจาน เช่น 1 ใน 3 ผู้เสียหาย ถูกหลอกให้จดทะเบียนสมรส แต่เมื่อเหยื่อเจอพฤติกรรมแล้วขอหย่านายโทมัสก็ทำร้าย ลักทรัพย์ จนต้องหนีไปอยู่ต่างจังหวัด นายโทมัสยังส่งคลิปไปประจานที่ทำงานใหม่ว่า เธอเป็นโสเภณี จนป่วยเป็นโรคแพนิค
อย่างกรณี นางสาวซี ผู้เสียหายที่เดินทางมาให้ปากคำ บอกว่า หลังอยู่กินด้วยกันไม่นาน นายโทมัสก็แอบคุยกับหญิงอื่น และมีพฤติกรรมก้าวร้าว ด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย เมื่อเธอขอเลิกนายโทมัสก็ถูกทำร้าย โชคดีที่ตำรวจมาช่วยเหลือได้ทัน ส่วนคลิปลับเธอไม่รู้ว่าถูกแอบถ่ายด้วยหรือไม่
นอกจากนางสาวซี เบื้องต้นยังพบผู้เสียอีกสองคน คือ นางสาวเอ และ นางสาวบี ในพื้นที่ สน.พระขโนง และ สน.บางชัน ลักษณะการก่อเหตุเป็นแบบเดียวกัน เสียทั้งเงิน เสียตัว และเสียใจจนป่วย เช่น นางสาวเอ คุย 4 เดือน โทมัสบอกว่าจะมารับไปอยู่อเมริกาพร้อมจดทะเบียนขอวีซ่า เธอก็เลยโอนเงินจองโรงแรมให้ 20,000 บาท เมื่อโทมัสมาพักด้วยก็แสดงพฤติกรรมดังกล่าว
อีกคนคือนางสาวบี คนนี้หนักเลยจดทะเบียนเป็นสามีภรรยา แต่หลังจากอยู่กินกันก็ไปพบว่า โทมัสแอบไปถ่ายรูปพรีเวดดิ้งกับผู้หญิงชาวอินโดนีเซีย จึงขอหย่าจนทะเลาะกัน และถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บ จากนั้นโทมัสขโมยสร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึงหนีไป ก่อนส่งคลิปแอบถ่ายไปที่ทำงานจนเธออับอายต้องลาออกไปอยู่ภูเก็ต ก็ยังส่งคลิปไปที่ทำงานใหม่และระบุว่าเธอเป็นผู้หญิงขายบริการ จนเธอป่วยเป็นโรคแพนิคอยู่ด้วยความหวาดระแวง
จากการตรวจสอบข้อมูลของนายโทมัส ล่าสุดพบว่าได้หลบหนีไปประเทศเวียดนามแล้ว มีประวัติการเดินทางเข้าประเทศด้วยวีซ่าท่องเที่ยวเฉลี่ยปีละ 2-3 ครั้ง แต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 15 วัน และยังมีประวัติคดีอาชญากรรมที่สหรัฐอเมริกา ด้วย
ส่วนการดำเนินคดี พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ บอกจะต้องประสานงานเพื่อขอความร่วมมือกับทางการเวียดนามเพื่อดำเนินคดีกับนายโทมัส โดยจะขออนุมัติออกหมายจับภายในวันนี้ (9 ม.ค.)