อช.กุยบุรี รวบลุงวัย 66 ปี ปลูกห้างกลางป่า ลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตอุทยานฯ เคราะห์ดีสกัดได้ก่อนลงมือยิง
กุยบุรี วานนี้(14 ม.ค.2567) เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี และนายชาญชัย พลอยศรี ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันออกดักซุ่มและตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีและติดตามขบวนการล่าสัตว์ป่า จากการเฝ้าระวัง เวลาประมาณ 02.00 น. วันนี้(15 ม.ค.2567) พบว่ามีบุคคลเข้าไปลักลอบล่าสัตว์ บริเวณป่าหุบตาวีป หมู่ที่ 4 บ้านโป่งกระสัง ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พิกัด UTM ที่ 47P 0582750 E 1343499 N เป็นชายไทย จำนวน 1 คน กำลังเดินใช้ไฟฉายคาดหัวสาดไฟไปมาตามแนวป่า จากนั้นได้เดินตรงเข้าไปในบ้านพักหลังหนึ่งอยู่กลางไร่สับปะรดและอยู่ประชิดแนวเขตป่าซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี
จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนทำการดักซุ่มและรอเวลาที่ชายบุคคลดังกล่าวจะเดินเข้าไปในป่าอีกครั้งเพื่อกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด แต่ชายบุคคลดังกล่าวก็ไม่มีท่าทีที่จะเคลื่อนไหวแต่อย่างใด คณะเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าดูจนกระทั่งถึงเวลา 07.00 น. คณะพนักงานเจ้าหน้าที่จึงเคลื่อนที่ไปหาบุคคลชายดังกล่าวบริเวณบ้านกลางไร่สับปะรดที่บุคคลชายดังกล่าวเดินทางมาพักเมื่อกลางดึกที่ผ่านมาและได้แสดงตนว่าเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ สอบถามชายดังกล่าว ทราบชื่อ นายเวียง อายุ 66 ปี เจ้าหน้าที่ได้ใช้อำนาจตามาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 ดำเนินการตรวจค้นตัวนายเวียง พบเครื่องกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 สีขาว 1 ลูก และสีแดง 1 ลูก รวม 2 ลูก และไฟฉายถือ 1 อัน ทั้งหมดบรรจุอยู่ในกระเป๋าเสื้อกันหนาวแขนยาวสีเขียวขี้ม้า ตรวจสอบบริเวณโดยรอบที่พบตัวนายเวียงฯ ในรัศมี 2 เมตร พบ อาวุธปืนลูกซองเดี่ยว ยาว เบอร์ 12 ไม่ปรากฏหมายเลขทะเบียน ห่อไว้ด้วยกางเกงขายาวสีเขียวซุกซ่อนอยู่ในกองไม้ ตรวจสอบอาวุธปืนดังกล่าวมีเครื่องกระสุนปืนเบอร์ 12 สีขาว บรรจุอยู่ในรังเพลิง จำนวน 1 นัด พบมีดพกวางอยู่จำนวน 1 เล่ม และไฟฉายคาดหัววางอยู่ข้างมีดพก จำนวน 1 อัน และพบกระสอบปุ๋ยสีขาวบรรจุสิ่งของ จำนวน 1 ลูก คณะเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบสิ่งของภายในกระสอบปุ๋ยดังกล่าวโดยละเอียด พบ ลูกกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 สีแดง จำนวน 3 ลูกบรรจุอยู่ในกระปุกทรงกระบอก เชือกสีขาว จำนวน 2 ม้วน ค้อน 1 อัน ตะปู 3 นิ้ว เปลสนาม และเป้สะพายหลัง
จากการสอบถามนายเวียงฯ ว่ายอมรับว่าอาวุธปืนและเครื่องกระสุน พร้อมทั้งอุปกรณ์ทั้งหมดที่คณะเจ้าหน้าที่ตรวจพบเป็นของตนเอง โดยได้นำอาวุธปืน พร้อมเครื่องกระสุน เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรีเพื่อทำการเฝ้าไร่ แต่คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ จึงได้ควบคุมตัวนายเวียงฯ เดินไปบริเวณที่คณะพนักงานเจ้าหน้าที่พบแสงไฟในกลางดึก ปรากฏพบห้างสำหรับล่าสัตว์ป่า ตรวจสอบห้างสำหรับล่าสัตว์ป่าดังกล่าวโดยละเอียดพบว่า เพิ่งจะมีการสร้างขึ้นโดยตัดไม้แล้วใช้ตะปูตอกทำเป็นบันไดขึ้นไปนั่งบนห้าง ตรวจสอบบริเวณบนห้างพบใช้เชือกมัดโครงไม้เป็นนั่งร้าน(ห้าง) และมีเชือกเหลืออยู่แขวนไว้บริเวณข้างเคียง คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบเชือกที่ตรวจพบบริเวณบนห้างโดยละเอียด ปรากฏว่ามีลักษณะตรงกันกับเชือกที่ตรวจพบในกระสอบปุ๋ยของนายเวียงฯ จึงเชื่อได้ว่านายเวียงฯ ได้ไปนั่งห้างเพื่อล่าสัตว์จากนั้นจึงได้ใช้ไฟฉายส่องไปมาเพื่อเดินลงมาพักที่บ้านหลังดังกล่าว
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายเวียง ดำเนินคดีในความผิดดังนี้
มาตรา 19(3) พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 “ล่อสัตว์ป่าเพื่อนำออกไป ด้วยประการใดๆ”
มาตรา 19(6) พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 “เข้าไปดำเนินกิจการใดๆเพื่อหาผลประโยชน์ ภายในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่”
มาตรา 19(7) พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 “นำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์ หรือจับสัตว์ หรืออาวุธใดๆเข้าไปภายในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่”
มาตรา 12 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 “ล่า หรือพยายามล่า สัตว์ป่าสงวน หรือสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่”
มาตรา 7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 “ห้ามมิให้ผู้ใด ทำ ซื้อ มี ใช้ สั่ง หรือนำเข้า ซึ่งอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่”