เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ สบอ.7 สนธิกำลังจับกุมกลุ่มนายทุน บุกรุกพื้นที่ป่า อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 138 ไร่ตัดไม้ 33 ท่อน เจออาวุธปืน ยาเสพติด ของกลางหลายรายการ
บุกรุกป่า วันนี้(16 ม.ค.2567) นายอร่าม ทัพหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (ผอ.สบอ.7) รายงานว่า เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2567 เวลาประมาณ 09.30 น. ตำรวจกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กก.3 บก.ปทส.) ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ประจำแปลงโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ FPT 39/1 เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) กรมป่าไม้ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันตรวจยึดของกลางและจับกุมนายพลวิวัฒน์ (สงวนนามสกุล) กับพวกรวม 14 คน ฐานบุกรุกยึดถือครอบครองพื้นที่บริเวณป่าด้านทิศใต้บ้านหนองช้างตาย หมู่ที่ 20 ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา อยู่ในเขตพื้นที่นิคมสร้างตนเองลำตะคองจังหวัดนครราชสีมา และในแปลงโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ FPT 39/1 พิกัด 47 P 775700 E 1618430 N
จากการตรวจสอบพบพื้นที่ป่าถูกบุกรุก จำนวน 138-0-32 ไร่ ไม้ของกลางจำนวน 33 ท่อน ปริมาตร 0.932 ลูกบาศก์เมตร อุปกรณ์การกระทำผิด รถแบ็กโฮ จำนวน 4 คัน รถแทรกเตอร์ล้อยาง จำนวน 2 คัน รถยนต์ จำนวน 4 คัน รถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน เลื่อยโซ่ยนต์ จำนวน 3 เครื่อง ปืนลูกกรดพร้อมกระสุนจำนวน 1 กระบอก ยาบ้าจำนวน 1 เม็ด และอื่น ๆ รวม 28 รายการ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวนที่ สภ.หนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำหรับการบุกรุกกรณีดังกล่าวเป็นการกระทำโดยใช้เครื่องจักรกลขนาดใหญ่ มีการจ้างวานกลุ่มบุคคลมาทำการบุกรุกทำลายป่าพื้นที่เสียหายจำนวนมาก จึงได้มีการบูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วนเพื่อดำเนินการตามระเบียบและกฎหมาย ซึ่งพื้นที่โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ FPT 39/1 นั้น อยู่ในพื้นที่แปลงปลูกป่าทดแทนของนิคมสร้างตนเองลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา มีสถานะเป็นพื้นที่ป่าไม้ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 อยู่ระหว่างสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) ส่งมอบพื้นที่ให้กับสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 (นครราชสีมา) กรมป่าไม้ สำหรับมาตรการป้องกันการบุกรุกเพิ่มเติมในพื้นที่ดังกล่าว สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7ได้มีการสั่งการให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังอย่างเข้มงวดด้วยแล้ว