ศาลยกฟ้อง พธม. บุกสนามบินดอนเมือง

ศาลยกฟ้อง พธม. บุกสนามบินดอนเมือง

View icon 115
วันที่ 17 ม.ค. 2567 | 13.50 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ศาลยกฟ้อง คดีก่อการร้าย กลุ่มพันธมิตรบุกสนามบินดอนเมือง แต่สั่งปรับคนละ 20,000 ในจำเลย 13 คนจาก 32 คน ฐานฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน ขณะที่  นายจำลอง ศรีเมือง ป่วยรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

วันนี้ (17 ม.ค.67) ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาครั้งที่ 2 ในคดีกลุ่มพันธมิตรฯ บุกสนามบินฯ ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา9 เป็นโจทก์ฟ้องพล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ และแนวร่วม รวม 32  คน เป็นจำเลยในความผิดฐาน "ร่วมกันเป็นกบฏก่อการร้ายฯ"

จากกรณีเมื่อระหว่างวันที่ 24 พฤศจิกายน- 3 ธันวาคม 2551 จำเลยได้ร่วมกันโฆษณาชักชวนให้ประชาชนมาร่วมกันชุมนุมใหญ่ กระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ และปิดล้อมอาคารวีไอพี ท่าอากาศยานดอนเมือง แล้วนำจานรับสัญญาณของพวกจำเลยไปติดตั้งใกล้เครื่องรับสัญญาณเรดาร์ของบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด และปิดกั้นสะพานกลับรถของกรมทางหลวง และได้ชุมนุมปิดล้อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการด้วย เพื่อกดดันให้ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี

คดีนี้จำเลยให้การปฏิเสธ โดยศาลอาญาได้นัดฟังคำพิพากษาครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.66 

โดยศาลใข้เวลาอ่านประมาณ 1 ชั่งโมง ได้พิเคราะห์แล้ว พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1-5 จำเลย 7-13  และ จำเลยที่ 31 ประกอบด้วย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง / นายสนธิ ลิ้มทองกุล / นายพิภพ ธงไชย / นายสมศักดิ์ โกศัยสุข / นายสุริยะใส กตะศิลา / นายศิริชัย ไม้งาม / นายสำราญ รอดเพชร / นางมาลีรัตน์ แก้วก่า / นายสาวิทย์ แก้วหวาน / นายสันธนะ ประยูรรัตน์ / นายชนะ ผาสุกสกุล / นายรัชต์ชยุตม์ หรืออมรเทพ หรืออมร ศิริโยธินภักดี หรืออมรรัตนานนท์ / และ บ.เอเอสทีวี (ประเทศไทย)จำกัด  // กระทำควาทำ ความผิดฐานบุกรุกและฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉินฯ2548  การกระทำของจำเลยเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษบทหนักสุดคือความผิดตาม พรก.ฉุกเฉินฯ2548 // พิพากษาให้ลงโทษปรับ คนละ 20,000 บาท ส่วน ข้อหาอื่นพยาน และหลักฐานของโจทก์ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิด ยกฟ้อง ส่วนจำเลยที่เหลือ ศาลได้ยกฟ้องทั้งหมด 

ขณะที่นายประพันธุ์ คูณมี ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังฟังคำพิพากษา น้อมรับในคำพิพากษาของศาลและยืนยันว่าการชุมนุมในครั้งนั้นเป็นการชุมนุมโดยสันติ สงบ ปราศจากอาวุธ และยังบอกว่า คดีนี้อัยการยื่นฟ้องหลายข้อหา เช่น ข้อหาบุกรุก ผิด พรก.ฉุกเฉิน ข้อหาก่อการร้ายชุมนุมโดยก่อการวุ่นวาย ข้อหาทำร้ายเจ้าพนักงาน ต่อสู้ขัดขวางการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว เป็นต้น  ซึ่งตนมองว่าการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรเป็นการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ และชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยศาลเห็นว่า การชุมนุมของกลุ่มบัณฑิตสืบเนื่องมาตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภา 2551 โดยมีจุดมุ่งหมายคือการคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จะทำให้การทำผิดการคอรัปชั่นของนักการเมืองหายไป ซึ่งการชุมนุมในครั้งนั้นแม้จะเป็นพื้นที่สนามบินดอนเมืองแต่ เป็นการชุมนุมในพื้นที่สาธารณะไม่เกี่ยวข้องกับการบินที่ไม่กระทบกับประชาชน และไม่มีการทำร้ายผู้โดยสารรวมถึงพนักงาน รวมถึง การชุมนุมดังกล่าวไม่มีการพกอาวุธและก่อจราจลวุ่นวาย ถึงแม้จะเกิดความไม่สะดวกแก่ประชาชนบ้างก็เป็นเรื่องปกติของการชุมนุม // ศาลจึงมองว่าการชุมนุมโดยรวมทั้งหมด เป็นไปด้วยความสงบปราศจากอาวุธอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ จึงไม่เป็นความผิดในฐานก่อการร้ายรวมถึงข้อหาอื่นๆยกเว้นฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน และ ข้อหา ข้อบุกรุก // ส่วนข้อหาก่อการร้ายที่ยกฟ้องนั้นเนื่องจากการนั้นไม่มีการใช้อาวุธทำลาย ระบบคมนาคมขนส่งหรืออากาศยาน จึงถือว่าไม่เข้าข่ายความผิด

ในส่วนข้อหาบุกรุกซึ่งสถานที่ดังกล่าวมีการใช้เป็นการประชุม ครม.เป็นการชั่วคราวของรัฐบาลขณะนั้น ซึ่งช่วงที่พันธมิตรเคลื่อนขบวนเข้าไป ได้มีเข้าไปในห้องประชุมที่ใช้ในการประชุมจริง ศาลจึงมองว่า เป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ จึงเข้าข่ายความผิดฐานบุกรุก

ขณะที่บรรยากาศ การอ่านคำพิพากษาทางศาลได้มีการวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ จำเลย 2 คนคือ นายจำลอง ศรีเมือง และนายเทิดทูน หรือเกิดภูมิไท ใจดี ที่ป่วยอยู่โรงพยาบาล ส่วนจำเลย อีก 30 คน ที่เหลือเดินทางมายังศาลครบทุกคน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง