เช้านี้ที่หมอชิต - หลังเกิดเหตุสุดสะเทือนใจ เมื่อครูสาวโรงเรียนบ้านโป่งเกลือ จังหวัดเชียงราย ถูกคนร้ายทำร้ายอย่างอุกอาจ ขณะเข้าเวรเพียงลำพัง ก่อนมีคนมาช่วยเหลือเหยื่อออกมาจากที่เกิดเหตุ
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันหยุด ขณะที่ ครูอัจราภรณ์ เข้าเวรอยู่คนเดียว จากภาพในกล้องวงจรปิดจะเห็นว่ามีคนร้ายเป็นชาย 1 คน พยายามจะเดินเข้าไปประชิดตัว แต่ ครูอัจราภรณ์ ถือของแข็งยาวทำท่าป้องกัน แต่สู้แรงฝ่ายชายที่บุกเข้าประชิดตัวไม่ได้ จึงเกิดการกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันขึ้น ก่อนจะโดนฝ่ายชายทั้งต่อยและกระทืบ เมื่อครูผู้หญิงหมดแรงนอนอยู่กับพื้น ยังพยายามจะลากไปข้างใน แต่ถูกขัดขืน จึงใช้เท้าเตะไปอย่างแรง และลากต่อไปจนถึงห้องสุดท้ายของอาคาร โชคดีขณะเกิดเหตุมีผู้ขับรถยนต์มาพอดี คนร้ายจึงวิ่งออกจากโรงเรียนไป
เหตุการณ์นี้ต้องมองแยกได้เป็น 2 ประเด็น คือ เกี่ยวกับคดีทำร้ายร่างกายที่ต้องเอาตัวคนผิดมาลงโทษ กับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่มองว่า ถึงเวลาหรือยังที่ควรยกเลิกให้ครูมาเข้าเวรโรงเรียน เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนแรกในโลกโซเชียล ดัน #ยกเลิกครูเวรกี่โมง ขึ้นเทรนด์อันดับหนึ่ง มีการกล่าวถึงเรื่องนี้หลายหมื่นครั้ง โดยมองถึงอันตรายที่ครูต้องรับความเสี่ยงจากการอยู่เวร และเป็นสิ่งนอกเหนือจากหน้าที่ครู และเหตุการณ์แบบที่เกิดกับ ครูอัจราภรณ์ ก็ไม่ใช้เคสแรกที่ครูเวรต้องเจอ และมองว่าปัจจุบันมีมาตรการดูแลความปลอดภัยต่าง ๆ ที่เหมาะสมมากกว่าให้ครูมานอนเฝ้าโรงเรียน เช่น การจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัยมืออาชีพ หรือการติดกล้องวงจรปิดในจุดต่าง ๆ ดีกว่าต้องเอาชีวิตครูมาเสี่ยง
สำหรับคดีของ ครูอัจราภรณ์ ล่าสุดมีรายงานว่า ชายผู้ก่อเหตุได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.เมืองเชียงราย แล้ว ทราบชื่อคือ นายนิรันดร์ ระบุถึงสาเหตุที่ทำลงไปว่า วันนั้นเข้าไปรับจ้างตัดกิ่งไม้ในโรงเรียน แต่ขณะเดินผ่านครูอัจราภรณ์ ได้ทำของตก ทำให้ครูตกใจ ตนพยายามชี้แจง และให้โทรหาครูอีกคน เพื่อยืนยันว่าเข้ามาตัดต้นไม้ แต่ครูไม่ฟัง เข้ามาแย่งมีดและฟันตน จึงบันดาลโทสะลงมือ
ด้าน กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีแนวทางการแก้ปัญหาครูเวรเสี่ยงภัยเหมือนกัน แต่จะเกาถูกที่คันไหม ก็คงแล้วแต่ท่านผู้ชมจะพิจารณากันต่อไป พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บอกว่า รับทราบถึงความกังวลใจของคุณครูทั่วประเทศ ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่รักษาการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเวรกลางวัน หรือเวรกลางคืน ตามมติคณะรัฐมนตรี พ.ศ.2542 ที่กำหนดให้สถานที่ราชการทุกแห่ง ต้องจัดให้มีเวรรักษาการณ์ เพื่อลดภาระครู จึงได้สั่งการ สพฐ. เสนอขอคณะรัฐมนตรี อนุมัติคืนอัตรานักการภารโรงกว่า 14,000 ตำแหน่ง เพื่อให้ทุกโรงเรียนมีนักการภารโรงประจำ ระหว่างที่รอ ครม. พิจารณาขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และโรงเรียนประสานความร่วมมือกับหน่วยงานปกครองในพื้นที่ หรือผู้นำชุมชน ช่วยจัดเวรยามดูแลความปลอดภัยในโรงเรียน และช่วยเฝ้าระวังกรณีชุมชนมีบุคคลผู้เสี่ยงมีพฤติกรรมรุนแรงไปพลางก่อน