กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม ร่วมกันจับกุม
1. นายจักรกฤษณ์ อายุ 29 ปี ตามหมายจับ ศาลแขวงนครราชสีมา ที่ จ232/2568 ลงวันที่ 2 ธ.ค.68 โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าร้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บ้านเกาะ อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา
2. นายกิตติพงษ์ฯ อายุ 23 ปี ตามหมายจับศาลแขวงนครราชสีมา ที่ จ233/2568 ลงวันที่ 2 ธ.ค.68 โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณริมทาง ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา
3. นายณัฐดนัยฯ อายุ 21 ปี ตามหมายจับศาลแขวงนครราชสีมา ที่ จ.234/2568 ลงวันที่ 2 ธ.ค. 68 โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าบ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร
โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร”
สืบเนื่องจากกลุ่มผู้เสียหายไปจัดงานวันเกิดที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ใน จ.นครราชสีมา ระหว่างนั้นเกิดการเขม่นกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ (ชาย 3 คน) สาเหตุจากเพื่อนในกลุ่มผู้เสียหายไปเต้นและแซวกลุ่มผู้หญิงที่มากับฝ่ายผู้ก่อเหตุ
หลังผับปิดกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ไปดักรอบริเวณหน้าร้าน ขณะกลุ่มผู้เสียหายเดินออกจากร้าน นายจักรกฤษณ์ ได้เข้ามาก่อเหตุชกต่อยนาย ว. (นามสมมติ) ผู้เสียหายที่ 1 จากทางด้านหลัง จนล้มลง พร้อมกับน.ส. ย. (นามสมมติ) ผู้เสียหายที่ 3
จากนั้น นายกิตติพงษ์ และ นายณัฐดนัย ได้เข้าไปร่วมกันรุมทำร้ายผู้เสียหายทั้งสองขณะล้มอยู่บนพื้นจนได้รับบาดเจ็บ ต่อมา นาย ภ. (นามสมมติ) ผู้เสียหายที่ 2 ได้เดินออกมาพบเหตุการณ์ และเข้าไปสอบถามกลุ่มผู้ก่อเหตุว่า "ตีเพื่อนกูทำไม" ทำให้ผู้ก่อเหตุเกิดอาการฉุน ชักมีดฟันเข้าที่ตัวเพื่อนผู้เสียหายรายนั้น 3 ครั้ง ทำให้บาดแผลฉีกขาดที่บริเวณใบหน้า นิ้วมือ และสีข้าง ก่อนที่ผู้เสียหายจะวิ่งหลบหนีเอาชีวิตรอด และกลุ่มผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมได้สืบสวนจนทราบว่า นายจักรกฤษณ์ และ นายกิตติพงษ์ ผู้ต้องหา ซึ่งได้ถูกออกหมายจับไว้แล้วดังกล่าวข้างต้น พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ออกเดินทางไปตรวจสอบเฝ้าสังเกตการณ์
ระหว่างนั้นพบ นายจักรกฤษณ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงนครราชสีมา ที่ จ232/2568 ลงวันที่ 2 ธ.ค.68 ยืนอยู่บริเวณหน้าร้านแห่งหนึ่งใน ต.บ้านเกาะ อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการสอบถาม นายจักรกฤษณ์ ยอมรับว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงนครราชสีมา ที่ จ232/2568 ลงวันที่ 2 ธ.ค.68 จริง และไม่เคยถูกจับตามหมายนี้มาก่อนจึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ และสิทธิต่าง ๆ ให้ นายจักรกฤษณ์ ผู้ต้องหาทราบ
จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. ได้ติดตามไปตรวจสอบเฝ้าสังเกตการณ์ผู้ต้องหาอีกรายในพื้นที่เดียวกัน ชุดจับกุมไปตรวจสอบเฝ้าสังเกตการณ์
ระหว่างนั้นพบนายกิตติพงษ์ ยืนอยู่บริเวณริมทาง ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการสอบถาม นายกิตติพงษ์ ยอมรับว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงนครราชสีมา ที่ จ233/2568 ลงวันที่ 2 ธ.ค.68 จริง และไม่เคยถูกจับตามหมายนี้มาก่อนจึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ และสิทธิต่าง ๆ ให้ นายกิตติพงษ์ อุ่นเทียมโสม ผู้ต้องหาทราบ จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
และต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมได้สืบสวนจนทราบว่านายณัฐดนัย ผู้ต้องหารายสุดท้าย ได้หลบหนีมาอยู่ในพื้นที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ออกเดินทางไปตรวจสอบเฝ้าสังเกตการณ์ ระหว่างนั้นพบนายณัฐดนัย ยืนอยู่บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.ดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร
จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจโดยยื่นบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจให้บุคคลดังกล่าวดูและได้แสดงหมายจับให้ดูจนทราบและเข้าใจดีนายณัฐดนัย ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับศาลแขวงนครราชสีมา ที จ.234/2568 ลงวันที่ 2 ธ.ค. 68 จริงและยังไม่เคยถูกจับกุมในคดีดังกล่าวมาก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ และสิทธิต่าง ๆ ให้ นายณัฐดนัย ผู้ถูกจับกุมหรือผู้ต้องหาทราบ จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
ภายหลังการจับกุม นายจักรกฤษณ์ และ นายกิตติพงษ์ ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ทำร้ายร่างกายกลุ่มผู้เสียหายจริง และนายณัฐดนัย ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา บอกเพียงแค่ว่าตนไปนั่งดื่ม ที่ร้านเดียวกันและพูดคุยกันเท่านั้นไม่ได้ร่วมก่อเหตุแต่อย่างใด