แรมโบ้อีสาน - วีระ เคลียร์ใจคดีตบทรัพย์

View icon 150
วันที่ 9 ก.พ. 2567 | 11.32 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - เรื่องระหว่าง "แรมโบ้อีสาน" กับ "นายวีระ สมความคิด" ก็มีการเปิดอกพูดคุยกันไปบ้างแล้ว ถึงกรณีการร้องเรียนขอให้ตรวจสอบเรื่องที่ "แรมโบ้อีสาน" ตบทรัพย์ "เอกลักษณ์" หรือ "นายเอก" ผู้ต้องหาคดีตบทรัพย์อธิบดีกรมการข้าว นอกจากนี้ยังไม่เห็นความจำเป็นต้องเข้าไปพบ ตำรวจ บก.ปปป.

ต้องบอกแบบนี้ก่อน เมื่อ 2 วันก่อนที่ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน ไปให้ปากคำกับตำรวจ บก.ปปป. ถึงเรื่องที่ตนเองเคยถูกแก๊งตบทรัพย์เรียกรับเงิน ก็มีบางช่วงบางตอนที่มีการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เอ่ยถึงชื่อ "นาย ว." ว่าเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะไม่รู้พฤติกรรมของกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับแล้ว มีการรับข้อมูลมาร้องเรียนตนเอง

ผู้สื่อข่าวก็เอาเรื่อง "นาย ว." ไปถาม พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งก็ยืนยันว่า ตอนนี้ผู้ต้องหายังมีเท่าเดิม 6 คน คือ นายศรีสุวรรณ, เจ๋ง ดอกจิก, การ์ตูน เลขาฯ ของนายเจ๋ง, นายเอกลักษณ์ หรือ ดร.เอก, ภรรยาศรีสุวรรณ และคนสุดท้ายเป็นบัญชีม้า ยังไม่มีตัวละครใหม่เข้ามาเกี่ยวข้อง

สื่อมวลชนก็เดาจากคำใบ้และเนื้อหา เชื่อว่าน่าจะหมายถึง "นายวีระ สมความคิด" ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชัน จึงสอบถามไปยังเจ้าตัว ก็ยืนยันว่าตนเองได้เคลียร์ใจกับ "แรมโบ้อีสาน" ไปแล้ว ซึ่งก็ได้รับการชี้แจงและยืนยันว่า ไม่ได้กล่าวพาดพิงว่าเกี่ยวข้องกับกระบวนการตบทรัพย์ เพียงแต่อาจถูกหลอกจากคนในขบวนการนี้

ซึ่งตนก็บอกไปว่า ไม่สามารถรู้ได้ว่าใครพูดจริง หรือไม่จริง เพียงแต่เมื่อมีหลักฐาน คนที่ร้องฯ พร้อมยืนยัน ก็ต้องให้ความเป็นธรรม หาก "แรมโบ้อีสาน" ไม่อยากเจอคู่กรณีเพราะเป็นคนที่ตามตอแยไม่เลิก ก็สามารถคุยกับตนโดยไม่ต้องเจอคู่กรณีก็ได้ จากนั้นก็มีการขอโทษขอโพยกัน ซึ่งตนเองก็ไม่ติดใจอะไร

เพียงแต่อยากตั้งข้อสังเกตว่า พฤติการณ์ที่แก๊งตบทรัพย์ทำ เหยื่อจะเลือกคนที่มีข้อมูล หรือมั่นใจว่าทุจริตแน่ ๆ ถึงลงมือ และส่วนใหญ่คนที่ยอมจ่ายเงิน ก็เพราะรู้ตัวว่าผิดจริง ซึ่ง "แรมโบ้อีสาน" ก็ชี้แจงว่า ที่จ่ายเงินเป็นเพราะรับกับมรสุมร้องเรียนไม่ไหว จึงอยากจะจบปัญหา ก็ต้องว่ากันไปตามข้อเท็จจริง ส่วนที่พาดพิงชื่อ "นาย ว." เห็นว่ายังไม่ชัดเจน ยังไม่จำเป็นดำเนินคดี

ส่วนกรณีที่ตำรวจ เปิดโอกาสให้นำข้อมูลไปร้องเรียนได้ เนื่องจากไม่มีหลักฐานสำคัญ จึงไม่จำเป็นต้องไป แต่หากตำรวจอยากให้ไป ก็ต้องให้ออกหมายเรียกมาก่อนถึงจะไปพบ คงไม่ไปหา ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง