ทำเล็บ ติดเชื้อ วันนี้ (11 ก.พ.67) หญิงสาวคนหนึ่งโชว์ภาพลายนิ้วมือเป็นแผลบวม ถลอกนิ้วลอก นำมาโพสต์เตือนภัยสาวๆที่ชอบทำเล็บ เล่าว่า ปกติเป็นคนชอบทำเล็บประจำ เมื่อวันที่ 18 มกราคม ไปทำเล็บที่ร้านสปามือ- เท้าแห่งหนึ่ง ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่เสิร์ตหาร้านทางออนไลน์
หลังทำเสร็จ ได้เล็บที่สวยงาม ค่าทำเล็บ 950 บาท อาทิตย์กว่าๆ รู้สึกเจ็บที่ปลายเล็บ ดูใต้เล็บ เห็นสีม่วงๆเหมือนช้ำ เริ่มเจ็บมากขึ้นจึงไปล้างเล็บ พบว่าเป็นแผลที่เนื้อใต้เล็บทุกนิ้ว จึงบอกทางร้านที่ทำเล็บ ร้านบอกว่าอาจจะแพ้สารเคมี และให้แวะไปรับด่างทับทิมมารักษา
เบื้องต้นตัดสินใจไปหาหมอ หมอระบุว่า มีอาการติดเชื้อ อาจเกิดจากอุปกรณ์ทำเล็บไม่สะอาด ให้ยาฆ่าเชื้อทานต่อเนื่อง สบู่ฆ่าเชื้อฟอกมือและยาทา โดยนัดติดตามอาการอีกครั้ง ค่ารักษา 1,700 บาท

โดยถ่ายรูปนิ้วที่เป็นแผล ใบรับรองแพทย์ ค่ารักษาส่งให้ร้าน ร้านยืนยันว่าที่ร้านมีการอบอุปกรณ์ เธอบอกว่า มีจังหวะที่ช่างส่งต่อกรรไกรตัดหนังมาจากช่างอีกคนแล้วฉีดแอลกอฮอล์ 2-3ที มาใช้ตัดหนังตัดเล็บเธอ ขอให้ร้านช่วยค่ารักษาจนหาย แต่ร้านแจ้งว่าช่วย 1,000 บาท แต่ไม่พูดถึงค่ารักษาครั้งต่อไป เธอตั้งคำถามว่า สิ่งที่ได้รับชดเชย เหมาะสมแล้วหรือไม่ จึงอยากเตือนคนอื่นๆ ให้ระวังเจอแบบเธอ
ทีมข่าว 7HD สอบถามนายแพทย์เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า การใช้บริการทำเล็บ ควรเลือกร้านที่มีความสะอาดปลอดภัยและไม่ควรให้ช่างทำเล็บแซะที่ขอบเล็บ เพราะอาจเกิดแผลอักเสบเป็นหนอง การทำความสะอาดเครื่องมือเป็นสิ่งสำคัญ ต้องทำความสะอาดเครื่องมือทำเล็บ ตะไบเล็บ ที่แคะเล็บ และที่ตัดเล็บ ฆ่าเชื้อโรคด้วยเอทิลแอลกอฮอล์หลังใช้งานทุกครั้ง ซึ่งอุปกรณ์ หากไม่ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรค พบการปนเปื้อนเชื้อรา แม้จะเป็นเชื้อราไม่ก่อให้เกิดโรค แต่หากผู้รับบริการมีสุขภาพที่อ่อนแอ อาจทำให้เกิดโรคได้.