แก๊งคอลเซ็นเตอร์ป่วน เบอร์โทรไม่ผูกกับแอปฯธนาคารก็โดน ผอ. สูญหลักล้าน

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ป่วน เบอร์โทรไม่ผูกกับแอปฯธนาคารก็โดน ผอ. สูญหลักล้าน

View icon 376
วันที่ 13 ก.พ. 2567 | 15.18 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
แก๊งคอลเซ็นเตอร์ป่วน ผอ.สำนักพุทธฯ ขอนแก่น โดนมิจฉาชีพดูดเงินหลักล้าน เหลือติดบัญชี 87 สตางค์ ทั้งที่ไม่ได้ใช้เบอร์โทรที่ผูกกับแอปฯธนาคาร ต้องขายทองคำมาเป็นค่าทนายฟ้องธนาคารให้ชดใช้ เพราะตั้งค่าโอนเงินไม่เกิน 5 แสน กฎใหม่ธนาคาร โอนเกิน 5 หมื่น ต้องสแกนใบหน้า

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ วันนี้ (13 ก.พ. 67) ว่าที่ร้อยตรี จุลสัน ทันอินทร์อาจ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยเรื่องราวที่ถูกมิจฉาชีพหลอกดูดเงินเกลี้ยงบัญชี ว่าเมื่อวันที่ 2 ก.พ.67 ตนตั้งใจจะจองตั๋วเครื่องบินเดินทางไป กทม. ระหว่างวันที่ 5-6 ก.พ. 67 จึงเสิร์ชหาตั๋วเครื่องบินในกูเกิล เห็นลิงก์ของสายการบินไทย จึงได้กดสอบถามราคาตั๋ว แต่ยังไม่ทันได้ซื้อ  เพราะจองสายการบินอื่นได้ราคาถูกกว่า

จากนั้นได้มีไลน์สายการบินไทย แช็ตทักข้อความว่า สนใจสมัครสมาชิกไว้หรือไม่ ตนเองเห็นว่าสายการบินไทย เป็นของคนไทย สมัครสมาชิกไว้ก็ไม่เสียหาย ถือเป็นการช่วยสายการบินของประเทศไทยไปในตัว  จึงตัดสินใจสมัครโดยการส่งชื่อภาษาอังกฤษกับหมายเลขโทรศัพท์ประจำตำแหน่ง ซึ่งไม่ใช่หมายเลขโทรศัพท์ที่เป็นเบอร์ส่วนตัวที่ผูกกับแอปพลิเคชันธนาคาร เพราะกลัวมิจฉาชีพ จากนั้นช่วงบ่ายได้มีไลน์ของการบินไทย วิดีโอคอลเข้ามาตนจึงรับสาย แต่ต้นทางไม่ได้เปิดหน้า จากนั้นแจ้งให้ตนยืนยันการสมัคร และสแกนใบหน้า ด้วยความที่คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัยของสายการบิน จึงต้องมีการสแกนใบหน้าและตั้งรหัส ก่อนมิจฉาชีพจะวางสายไป
            
“ต่อมา ในช่วงค่ำตนจึงเปิดแอปฯธนาคาร เพื่อเช็กเงินในบัญชี ยอดเงินเหลือเพียง 87 สตางค์ เห็นอย่างนั้นถึงกับช็อกว่าเงินหายไปได้อย่างไร จึงรุดไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ และโทรศัพท์ติดต่อไปยังธนาคาร ตอนเช้าก็ไปแจ้งธนาคาร แต่ทำอะไรไม่ได้ ตำรวจอายัด 2 บัญชี ที่เงินถูกโอนไป แต่เป็นบัญชีม้าที่มีเงินคงเหลือแค่ 300 บาท จากนั้นจึงเดินทางไปขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานตำรวจไซเบอร์ ก่อนทำเรื่องยื่นฟ้องคดีผู้บริโภคกับธนาคารเจ้าของบัญชี” ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ขอนแก่น กล่าว

ผอ.สำนักพุทธฯ ขอนแก่น ยืนยันว่า ไม่ได้เกิดจากความประมาท เพราะไม่ได้เปิดโทรศัพท์ที่ไม่ได้ผูกบัญชีกับแอปฯธนาคาร ในขณะทำรายการกับลิงก์ที่อ้างว่าเป็นของสายการบิน ที่สำคัญได้ตั้งค่าการโอนเงินไว้ไม่เกิน 500,000 บาท แต่เคสนี้โอนออกไปเป็นล้าน และการโอนเงินเกิน 50,000 บาท ต้องสแกนใบหน้า จึงต้องดำเนินการให้ธนาคารผู้รับฝากเงิน ชดใช้ความเสียหาย อันเกิดจากระบบความปลอดภัยทางธนาคารไม่เพียงพอ แต่ท้ายสุดในส่วนของคดีอาญา ก็ตามเอาเงินคืนกับมิจฉาชีพชีพไม่ได้อยู่ดี

“ในวันที่ไปติดต่อธนาคาร พบว่ามีผู้เสียหายอีก 2 คน ไปติดต่อธนาคารเช่นกัน โดย 1 คน เงินหายไปถึง 4 ล้านบาท ผมต้องนำทองคำไปขายเพื่อนำเงินมาใช้เป็นค่าจ้างทนายความยื่นฟ้องธนาคาร ในวันแรกยอมรับว่าคิดสั้นอยากฆ่าตัวตาย โทรศัพท์ไปลาพระผู้ใหญ่ที่รู้จัก แต่พระท่านสอนว่า คนเราเกิดมาตัวเปล่ากลับไปก็ตัวเปล่า อย่าให้การสูญเสียครั้งนี้มาทำลายชีวิตที่เหลืออยู่ " ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ขอนแก่น กล่าวเปิดใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง