สนามข่าว 7 สี - ความรุนแรงในครอบครัว มีให้เราเห็นอยู่บ่อยครั้ง อย่างกรณีภรรยาหอบลูกสาวอายุ 5 ขวบ หนีออกจากบ้านที่โคราช สุดท้ายปัญหาฝ่ายหญิงก็อ้างว่ามาจากความรุนแรง เธอบอกทำกับเธอไม่เท่าไหร่ แต่ทำต่อหน้าลูก หัวอกคนเป็นแม่รับไม่ได้ ขอหย่าขาดกันแต่เพียงเท่านี้
หลังจากปล่อยให้สามีประกาศตามหาผ่านเฟซบุ๊ก หลังหายตัวไป 13 วัน ล่าสุดเมื่อวานนี้ (29 ก.พ.) คุณสุพรรณี อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของ คุณพงศ์ภูมิพันธ์ อายุ 42 ปี ได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชน หลังขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณา โดย คุณมะเหมี่ยว บอกว่า คุณปิ๊ก สามีของเธอชอบใช้ความรุนแรง ทั้งด่าทอ โมโหร้าย ตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันมาเกือบ 8 ปี
คุณมะเหมี่ยว บอกว่า ที่ผ่านมาเธอทนได้นะ เคยมีไปลงบันทึกประจำวันไว้ด้วยเมื่อปี 2561 เพราะเหตุการณ์นั้นเธอถูกตบหน้า ต่อหน้าพนักงานในร้านอาหารของเธอกับสามีกว่า 10 คน พอเธอเดินไปง้อ ก็ถูกชักปืนมาจี้ แล้วยิงปืนข่มขู่ แต่เธอยังทนเพื่อลูก อยากให้ลูกอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา พ่อ แม่ ลูก
แต่ล่าสุดเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นวันที่เธอตัดสินใจจะหนีออกมา เนื่องจากความรุนแรงที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดแค่กับเธอเท่านั้น แต่เกิดขึ้นกับลูกสาว ซึ่งเป็นดั่งแก้วตาดวงใจของเธอด้วย เธอจึงตัดสินใจหนีออกจากบ้านมา โดยไม่บอกลาสามี และยืนยันว่าจะเลิกกับสามี และฟ้องร้องขอเลี้ยงดูบุตรแต่เพียงผู้เดียว
ข่าวจากหน้าสื่อที่เราเห็นในปัจจุบัน ย้ำว่าโดยเฉพาะของปีนี้ มีไม่น้อยที่จุดเริ่มต้นมาจากปัญหาในครอบครัว นำไปสู่ความสูญเสีย และยิ่งนับวันปัญหาความรุนแรงในครอบครัวยิ่งเพิ่มมากขึ้น สนามข่าว 7 สี เจาะข้อมูลไปที่ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้น จากผลสำรวจข่าวความรุนแรงปี 2565 โดยมีมากกว่า 1,200 เหตุการณ์ จากก่อนหน้านี้เจออยู่ 500-600 เหตุการณ์ และคาดว่าในอนาคตจะเพิ่มขึ้นอีก
ปัจจัยมาจากความเครียดรุมเร้า วิกฤตเศรษฐกิจพังชีวิตครอบครัว การหึงหวง ซึ่งไม่ใช่แค่ไทยที่เผชิญ แต่ทั่วโลกก็เผชิญอยู่เช่นกัน ที่สำคัญ ปัญหาโครงสร้างสังคมที่มองว่าชายเป็นใหญ่ จึงทำให้ผู้หญิงและเด็ก หรือผู้ที่อ่อนแอกว่า ถูกผู้ชายกดขี่ข่มเหงรังแก
ส่วนประเด็นที่ผู้หญิงยอมจำนนอยู่กับผู้ชายที่ชอบทำร้าย ใช้ความรุนแรง โดยให้เหตุผลว่ายอมทนอยู่เพื่อลูก เรื่องนี้คนเป็นแม่ไม่ผิด แต่ภาครัฐควรมีหน่วยงานให้ความช่วยเหลือ แนะนำให้แม่รู้จักปกป้องศักดิ์ศรีของตนเอง ไม่ควรตกอยู่ใต้อำนาจของฝ่ายชาย