เร่งดับไฟป่า บนเทือกเขาปากเบน

View icon 40
วันที่ 10 มี.ค. 2567 | 05.14 น.
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์
แชร์
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - ความคืบหน้าเหตุการณ์ไฟป่าบนเทือกเขาปากเบน จังหวัดกระบี่ ผ่านมาหลายวันแล้วไม่สามารถควบคุมไฟได้ โดยล่าสุดพบพื้นที่ป่าถูกเผาทำลายขยายวงกว้างไปยังภูเขาใกล้เคียง

เร่งดับไฟป่า บนเทือกเขาปากเบน
ภาพถ่ายมุมสูง เผยให้เห็นสภาพไฟป่าที่กำลังลุกลามไหม้บนเทือกเขาปากเบน ตำบลเขาทอง อำเภอเมืองกระบี่ โดยเกิดเหตุมาตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา ต่อเนื่องจนถึงวันนี้เข้าสู่วันที่ 3 แล้ว ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เมื่อวานนี้พบกลุ่มควันจำนวนมากฟุ้งกระจายลอยเหนือท้องฟ้า ขณะเดียวกันยังพบว่าไฟป่าลุกลามอ้อมภูเขาไปยังฝั่งพื้นที่หมู่บ้านคลองทราย ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อหมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 6 ตำบลเขาทอง อำเภอเมืองกระบี่ โดยตลอดทั้งวันเมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่ต้องวางกำลังเฝ้าจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมรถน้ำประจำตามจุดต่างๆ ป้องกันไฟลุกลามเผาพื้นที่ป่าลงมาด้านล่าง

นายสินชัย พึ่งตำบล ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ เปิดเผยว่าช่วงค่ำวานนี้กำลังเจ้าหน้าที่หลายคน พร้อมอุปกรณ์ดับไฟป่าถูกส่งมาถึงที่จังหวัดกระบี่ แล้ว ส่วนเฮลิคอปเตอร์จะบินมาถึงพื้นที่เวลาประมาณเที่ยงของวันนี้ สำหรับเฮลิคอปเตอร์ เป็นรุ่น AS350 B2 มีศักยภาพในการบินสำรวจและดับไฟป่า สามารถบรรจุน้ำได้ 800 ลิตร ส่วนแหล่งน้ำที่จะนำไปดับไฟป่าในครั้งนี้ชื่ออ่างเก็บน้ำเขาค้อม อยู่ในพื้นที่บ้านเขาค้อม ตำบลเขาคราม อยู่ห่างจากจุดไฟป่า ประมาณ 10 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางอากาศประมาณ 10 นาทีต่อเที่ยว

ระดม ช่วยกันดับไฟป่าบนเขาภูสิงห์ 
ส่วนสถานการณ์ไฟป่าบนเขาภูสิงห์ ใกล้วัดพุทธาวาสภูสิงห์ อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ก็น่าเป็นห่วงเช่นเดียวกัน เมื่อวานนี้ไฟลุกลามเผาพื้นที่ป่าขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว และเกิดควันไฟลอยปกคลุมไปทั่วอำเภอสหัสขันธ์ ทำให้ต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง หน่วยงานท้องถิ่น และจิตอาสากว่า 100 คน ร่วมด้วยช่วยกันดับไฟป่าให้ได้โดยเร็วที่สุด โดยกระจายกำลังเดินเข้าไปดับไฟป่าทั้งบนยอดเขาภูสิงห์ และตามแนวกันไฟรอบเขาภูสิงห์ แต่ภารกิจไม่ง่าย เพราะอุปสรรคจากกระแสลมที่พัดแรง และใบไม้แห้งที่ทับถมหนาแน่นเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้ไฟป่าปะทุตลอดเวลา

นางสาวแววตา นระทัด นายอำเภอสหัสขันธ์ เผยว่า จากการสำรวจความความเสียหายล่าสุดพบพื้นที่ป่าถูกไฟไหม้แล้วไม่น้อยกว่า 1,000 ไร่ หากตรวจสอบพบว่าไฟป่าที่เกดขึ้นครั้งนี้เกิดจากน้ำมือของใครของหนึ่ง ที่เบื้องต้นคาดว่าเป็นกลุ่มคนหาของป่า จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่ละเว้น