คืบหน้าคดีเป้รักผู้การ สอบผู้ต้องหาแล้ว 200 ปาก พบผู้ต้องหาเพิ่ม 10 ราย ขยายเวลาสรุปสำนวนส่งอัยการปราบทุจริตฯ ไม่เกิน พ.ค.นี้
วันนี้ (18 มี.ค.67) ที่ห้องประชุมตึกกองบังคับการกฎหมายเเละคดีตำรวจภูธรภาค 1 กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ถนนวิภาวดี นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน หัวหน้าชุดคณะทำงานตรวจสอบหรือกำกับการสอบสวน พร้อมด้วย พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ร่วมประชุมคณะพนักงานสอบสวนในคดีที่เจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับทรัพย์จากเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ 140 ล้านบาท
นายวัชรินทร์ เปิดเผยว่า สาเหตุที่คดีล่าช้าออกไป เนื่องจากมีพยานเอกสารและบุคคลจำนวนมาก ผู้ต้องหาเกือบทั้งหมดทั้งอดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และผู้ต้องหาที่เป็นพลเรือนได้นำพยานบุคคลเข้ามาให้สอบเพิ่ม ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รับไปดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด รวมถึงได้ไปสอบปากคำที่จังหวัดชลบุรีด้วยเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้หมดระยะเวลาการยื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติมแล้ว จากนี้เป็นขั้นตอนสุดท้ายที่คณะพนักงานสอบสวนจะสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเอง แต่ยังให้โอกาสกับพนักงานสอบสวนชุดเดิมที่จะยื่นพยานหลักฐานมาเพิ่มเติมด้วย
นายวัชรินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบยังพบว่ามีผู้ต้องหาในคดีเพิ่มเติมอีกกว่า 10 คน จากเดิมมีประมาณ 20 กว่าคน รวมแล้ว 34 คน ซึ่งมีทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและพลเรือน ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการจับผู้ต้องหาและกระทำให้ผู้เสียหายถูกควบคุมตัวตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ โดยขณะนี้การสอบพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว เหลือเพียงการสอบเจ้าหน้าที่รัฐบางรายที่เกี่ยวข้องกับชุดที่แล้วเท่านั้น หลังจากนี้จะสรุปสำนวนให้เสร็จภายในเดือนเม.ย. และส่งอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภายในไม่เกินเดือนพ.ค.นี้อย่างแน่นอน
ด้าน พล.ต.ท. อัคราเดช เปิดเผยว่า วันนี้คณะพนักงานสอบสวนทั้งตำรวจและอัยการได้ประชุมเพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของสำนวนการสอบสวนในคดีนี้ที่ได้ดำเนินการมาแล้วกว่า 80 วัน โดยได้มีการสอบปากคำพยานไปแล้ว 200 กว่าปาก แต่เนื่องจากมีผู้ต้องหาที่ยื่นขอให้ตรวจสอบพยานบุคคลและพยานเอกสารในคดีเพิ่มเติม ทำให้ต้องขยายระยะเวลาออกไป จากกำหนดการเดิมที่คาดว่าจะสรุปสำนวนการสอบสวนให้แล้วเสร็จภายในกลางเดือนเม.ย.นี้ แต่ยืนยันว่าจะสามารถสรุปสำนวนส่งอัยการสั่งฟ้องได้ภายในไม่เกินเดือนพ.ค.นี้อย่างแน่นอน