องคมนตรี เยี่ยมชมฟาร์มเบอร์รีอินทรีย์ ณ เมืองลูสดอร์ฟ สาธารณรัฐออสเตรีย

View icon 103
วันที่ 19 มี.ค. 2567 | 20.04 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
วานนี้ พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เลขาธิการ และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง พร้อมด้วยผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ เกษตรกรของมูลนิธิฯ และสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ไปเยี่ยมชมฟาร์มเบอร์รีอินทรีย์ ไบโอเบียร์เรนการ์เทน ฮัมเมล (Biobeerengarten Hummel) ที่เมืองลูสดอร์ฟ สาธารณรัฐออสเตรีย โดยเป็น 1 ใน 3 ฟาร์มของพื้นที่ ที่ทำเกษตรในระบบอินทรีย์ จากเดิมทำสวนเกษตรแบบผสมผสานระหว่างการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ในปี ค.ศ.1985 ได้เปลี่ยนเป็นปลูกพืช และผลไม้กลุ่มเบอร์รี่ จนในปี ค.ศ.2005 ได้ขึ้นทะเบียนเป็นฟาร์มอินทรีย์

เกือบ 40 ปีที่ผ่านมา ได้พัฒนาผลิตผลและสินค้าแปรรูปตามแนวทางเกษตรอินทรีย์ มีผลผลิตหลัก เช่น ราสเบอร์รี โกจิเบอร์รี องุ่น และมินิกีวี และผลิตภัณฑ์แปรรูป เช่น แยมเบอร์รี ผลไม้แปรรูป น้ำส้มสายชู และสุราหมักจากราสเบอร์รี ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อ การศึกษาดูงานครั้งนี้ ได้สร้างการตระหนักในความสำคัญของการผลิตพืชปลอดภัย โดยเกษตรกรเจ้าของฟาร์ม ได้ถ่ายทอดประสบการณ์การผลิตพืช โดยเฉพาะผลไม้ตระกูลเบอร์รีในระบบอินทรีย์

โครงการหลวง มีระบบการผลิตพืชอินทรีย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 ปัจจุบันมีเกษตรกรในระบบอินทรีย์กว่า 800 คน ผลผลิตผักอินทรีย์ที่ส่งจำหน่าย คิดมูลค่าประมาณ 45 ล้านบาท มีชา-กาแฟ ที่ผลิตในระบบอินทรีย์ โดยเกษตรกรบนพื้นที่สูง และมีขยายผลไปยังพื้นที่สูงอื่น ๆ ภายใต้การดำเนินงานของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) อีก 21 แห่ง โดยมีเกษตรกรที่ผลิตพืชอินทรีย์ 466 คน

ในปี พ.ศ.2565 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้พระราชทานพืชตระกูลเบอร์รี แก่มูลนิธิโครงการหลวง ซึ่งนำมาขยายพันธุ์โดยเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และแยกหน่อ ปลูกทดสอบในโรงเรือนโรงเรือนสิริวัณณวรี Botanical Garden ของสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง และศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อศึกษาทั้งการเจริญเติบโตและคุณภาพผลผลิต สำหรับองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการศึกษาดูงานครั้งนี้ จะได้นำไปพัฒนาปรับปรุงระบบการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และขยายผลสู่การส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกรต่อไป

ข่าวอื่นในหมวด